วันเสาร์, เมษายน 29, 2549

๑ ขวบแล้ว

ผมจำได้แม่นยำว่าเริ่มต้นเขียนบล็อกวันที่ ๒๙ เมษายน

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ลูกของผมคนนี้อายุครบหนึ่งขวบแล้ว

ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าลูกที่ชื่อ “บล็อก” จะเติบโตมาได้นานขนาดนี้

แรกเริ่ม ผมคิดว่ามันจะแท้งก่อนคลอด หรือไม่ก็คลอดออกมาแบบไม่สมประกอบ หรืออาจออกมาดูโลกภายนอกแล้วผมเลี้ยงไม่ไหวเลยเอาไปทิ้งตามถังขยะ

แต่การณ์กลับตรงกันข้าม ลูกผมกลับเติบโต และยังแข็งแรงพอที่จะช่วยพ่อของมันคลายเหงายามอยู่ต่างแดน (พ่อของมันยังหาแม่ให้มันไม่เจอเสียที ชาตินี้จะเจอหรือเปล่า ยากจะคาดเดา)

นอกจากจะช่วยคลายเหงาแล้ว มันยังพาผมออกไปเจอมิตรสหายใหม่ๆจำนวนมาก ช่วยผมในการฝึกฝนและพัฒนาตนเองในการเขียนหนังสือแบบหลายๆแนว

บางคราว มันก็ซุกซนเอาการ ถึงขนาดพาผมไปถกเถียงแลกเปลี่ยนกับผู้อื่นอย่างเมามัน

โดยสัตย์จริง “บล็อก” เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์แห่งความทรงจำของผมตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา อาจไม่เกินเลยไปนักถ้าจะบอกว่ามันเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่พลิกชีวิตผมเหมือนกัน

..............

ตลอด ๑ ปีที่ผ่านมา บล็อกของผมมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ทั้งจากข้อเขียนของผมที่เกิดเป็นประเด็นถกเถียงกันต่อ หรือทั้งจากกรณีที่บล็อกเกอร์รายอื่นเริ่มเขี่ยลูกไว้

ด้วยความเสียดาย เกรงว่าหากเวลาผ่านไป บล็อกตอนเหล่านั้นจะตกหน้าจอไปไกล ผู้ที่เข้ามาอ่านรายใหม่ๆอาจไม่มีโอกาสร่วมรับรู้เหตุการณ์ในขณะนั้น

ผมจึงถือโอกาสนี้ รวบรวมตอนที่น่าสนใจ เอามาให้อ่านกันใหม่ ทั้งจากบล็อกของผมเอง และบล็อกของมิตรสหายคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกัน โดยแบ่งเป็นตอน ดังนี้

เปิดตัว
หลังจากเงื้อง่าราคาแพงอยู่นาน เข้าบล็อกนู้น ออกบล็อกนี้ไปเรื่อย ในที่สุด ผมก็ตัดสินใจลงมือเขียนเสียที
http://etatdedroit.blogspot.com/2005/04/blog-post.html

แนะนำตนเอง
เมื่อเปิดตัวไปอย่างบ้าพลังสักพัก ก็ถึงเวลาแนะนำตนเอง
http://etatdedroit.blogspot.com/2005/05/blog-post_02.html

มนต์รักบล็อกเกอร์
เขียนไปเขียนมา เครือข่ายเริ่มขยายเป็นใยแมงมุม ได้รู้จักบล็อกเกอร์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ชนิดที่ว่าคุยกัน อ่านงานกัน แต่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลย จนกระทั่งมีโอกาสกลับไปเมืองไทย ปิ่น ปรเมศวร์ เป็นพ่องานนัดชาวบล็อกละแวกนี้มาเจอกันที่เฮ็มล็อค
http://etatdedroit.blogspot.com/2005/05/blog-post_06.html
http://pinporamet.blogspot.com/2005/05/meet-bloggers.html
http://pinporamet.blogspot.com/2005/06/meet-bloggers-ii.html
http://pinporamet.blogspot.com/2005/08/meet-bloggers.html
http://ratioscripta.blogspot.com/2005/08/meet-bloggers.html

จริงๆแล้วมีตอนที่พี่บุญชิตฯ เขียนไว้ในเว็บ ของเขาด้วย พี่บุญชิตได้เล่าถึงชุมชนแห่งนี้อย่างน่าสนใจ แต่น่าเสียดายที่เว็บของพี่เขา ปิดบริการชั่วคราว

หงส์แดงตะแคงฟ้า
บล็อกเกอร์ละแวกนี้มีสาวกหงส์แดงอยู่พอควร บังเอิญว่าปีที่แล้ว หงส์แดงตะแคงฟ้า คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกไปอย่างระทึกใจ สร้างความเสียวให้กับทั้งกองเชียร์ประจำและกองเชียร์เฉพาะกิจ ราวกับคอลัมน์เฮียกังฟูก็มิปาน
http://etatdedroit.blogspot.com/2005/05/blog-post_04.html
http://corgiman.blogspot.com/2005/04/blog-post.html
http://corgiman.blogspot.com/2005/04/italian-job-all-england-semis.html
http://corgiman.blogspot.com/2005/05/blog-post.html
http://corgiman.blogspot.com/2005/05/blog-post_05.html
http://corgiman.blogspot.com/2005/05/blog-post_24.html
http://ratioscripta.blogspot.com/2005/05/blog-post_25.html


การศึกษาในฝัน นักวิชาการในฝัน
หลังจากฟังสหายทางวิชาการของผมบ่นอย่างหัวเสียเกี่ยวกับการสอบวิทยานิพนธ์ ผมจึงตัดสินใจลงมือเขียนวิพากษ์ระบบวิทยานิพนธ์ของนิติศาสตร์
http://etatdedroit.blogspot.com/2005/05/blog-post_18.html

ก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือน มีซีรีส์หนึ่งในบล็อกของปิ่น ปรเมศวร์ที่สร้างความฮือฮาและถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง เขาเขียน “นักวิชาการในฝัน” ๔ ตอนรวด ปริเยศได้นำไปขยายผล แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในบล็อกของเขา แต่น่าเสียดายอีกเช่นกันที่บล็อกของเขา ปิดบริการชั่วคราว
http://pinporamet.blogspot.com/2005/04/1.html
http://pinporamet.blogspot.com/2005/04/2.html
http://pinporamet.blogspot.com/2005/04/3.html
http://pinporamet.blogspot.com/2005/04/4.html

ข้ามมาถึงต้นปีนี้ Ratio Scripta เพื่อนรักผมเขียนนิติศาสตร์ในฝันของมันบ้าง
http://ratioscripta.blogspot.com/2005/12/blog-post_29.html
http://ratioscripta.blogspot.com/2006/01/2.html
http://ratioscripta.blogspot.com/2006/02/blog-post_19.html

ราตรีสโมสร
เป็นธรรมดาของหนุ่มโสดเยี่ยงผม ก็ต้องมีการตระเวนราตรี หาความสุขให้กับชีวิตบ้าง
http://ratioscripta.blogspot.com/2005/06/blog-post_30.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2005/10/blog-post_27.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/03/blog-post_10.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/04/blog-post_21.html

พ.ร.ก.ฉุกเฉินแบบฉกฉวย
พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผลงานชิ้นเอกอุของทีมงานเนติบริกร ทำให้เกิดประเด็นถกเถียงกันในหมู่บล็อกเกอร์ เริ่มจากพี่พลเปิดประเด็นวิจารณ์คนที่วิจารณ์ พ.ร.ก. ต่อมา Ratio Scripta ก็เขียนแสดงมุมมองของเขา ปริเยศเป็นอีกคนที่วิจารณ์คนที่วิจารณ์ พ.ร.ก.

ตอนนั้นผมหลงแสงสีกับมหานครแห่งความสุขอยู่ แต่รับปากหลายๆคนไปแล้วว่าจะเขียนแสดงความเห็นของผมบ้าง แม้จะสนุกสนานแต่ผมจำได้ดีถึงบรรยากาศถกเถียงผ่านบล็อกกันอย่างเมามัน เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้บล็อกของหลายๆคนแทบระเบิด ท้ายที่สุดผมก็เขียนวิจารณ์ พ.ร.ก. ฉบับนี้แบบเต็มๆถึง ๒๐ หน้าเอ ๔

http://etatdedroit.blogspot.com/2005/08/blog-post_24.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2005/10/blog-post_31.html
http://ratioscripta.blogspot.com/2005/07/blog-post_18.html
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=jurisprudence&date=18-07-2005&group=6&blog=1
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=jurisprudence&date=25-07-2005&group=6&blog=1

(ความเห็นของปริเยศ อยู่ในบล็อกของเขาซึ่งปิดชั่วคราว)

ส่วนปิ่น ปรเมศวร์ หลังจากเลียบๆเคียงๆดูสงครามนี้อยู่ ก็ตัดสินใจเขียนตอน “โรคภูมิแพ้” ขึ้น เช่นกัน บล็อกแทบระเบิด
http://pinporamet.blogspot.com/2005/07/blog-post_23.html


พระราชอำนาจ
ผมทนเห็นสนธิและประมวลยกแนวทางพระราชอำนาจมาอ้างแบบมั่วๆซั่วๆไม่ไหว เลยต้องลุกมาเขียนบ้าง แต่บังเอิญว่าโพสไปในบล็อกของผมแล้ว มันกลับหายไปดื้อๆ โชคดีที่ได้ความรอบคอบของปิ่น ปรเมศวร์ นำไปโพสในบล็อกของเขาแทน เช่นกันพี่พลก็นำงานที่ผมเขียนไปโพสในบล็อกของแก มีผู้อ่านคนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับผม งานนี้ก็เลยต้องชี้แจงกันเล็กน้อย
http://pinporamet.blogspot.com/2005/10/blog-post_05.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2005/10/blog-post_10.html

ต่อมาเริ่มมีสงครามแย่งชิงความจงรักภักดี ภาคหนึ่งจบไปแล้วหลังจากพระราชดำรัส ๔ ธันวา ๒๕๔๘ ข้ามปีมาได้ไม่กี่เดือน เอากันอีก ภาคสองคราวนี้ คมชัดลึกและหนังสือฟ้าเดียวกันซวย ต้องตกเป็นเหยื่อของสงครามบ้าๆบอๆนี้ไปด้วย
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/03/blog-post_29.html

กู้ชาติแบบฟ้าประทาน
หลังจากปรากฏการณ์สนธิสำเร็จผลเกินคาด ก็ตามติดมาด้วยขบวนการกู้ชาติ นี่เป็นการรวบรวมบล็อกตอนต่างๆที่ผมแสดงความไม่เห็นด้วยไว้เกี่ยวกับการกู้ชาติตามแนวทางฟ้าประทาน
http://etatdedroit.blogspot.com/2005/10/blog-post.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/02/blog-post_25.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/02/blog-post_26.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/02/blog-post_28.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/03/blog-post_02.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/03/blog-post_03.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/03/blog-post_14.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/03/blog-post_21.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/03/blog-post_22.html

มาตรา ๗ กับนายกฯพระราชทาน
เมื่อพันธมิตรเริ่มหมดมุขในขณะที่ทักษิณก็หน้าด้าน ข้อเสนอ “นายกฯพระราชทาน” แบบเอามาตรา ๗ เข้าแถ จึงอุบัติขึ้น งานนี้ก็ต้องออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านกันหน่อย
http://www.onopen.com/2006/editor-spaces/382
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/03/blog-post_11.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/04/blog-post_114416059550198750.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/04/blog-post_06.html

วิวาทะกับ Crazy Cloud
ผลสืบเนื่องจากการวิจารณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อ “นายกฯพระราชทาน” ของผมและอีกหลายคนแบบต่อเนื่อง ทำให้ Crazy Cloudลุกขึ้นตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนที่บล็อกของเขา หลังจากดูทิศทางลมชั่วขณะหนึ่ง ผมก็ตัดสินใจเขียนบล็อกตอนนี้เพื่อส่งสารไปถึง Crazy Cloud

Ratio Scripta เพื่อนรักผมก็เขียนมุมองของมันไว้เช่นกัน
http://etatdedroit.blogspot.com/2006/03/crazy-cloud.html
http://ratioscripta.blogspot.com/2006/02/blog-post_28.html

น่าเสียดายที่ Crazy Cloud ปิดบล็อกของตนเองไปแล้ว เราจึงไม่ได้เห็นมุมมองอันดุเด็ดเผ็ดมันของ Crazy Cloud และอีกหลายคนที่เข้าไปแสดงความเห็น จนบานปลายเกือบเป็น “สงครามขนาดย่อม”

รักเองช้ำเอง
ตลอดปีที่ผ่านมา ถ้าหัวใจผมมันร้องตะโกนได้ มันคงบอกว่าเจ็บและเหนื่อยมามากพอดู ส่วนเรื่องของนายแฟร้งค์ที่ผมเล่าให้ฟัง มาถึงวันนี้ผมอยากเรียกว่า “ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ เหลาไปเป็นบ้องกัญชา” ท่อนที่ “ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่” ผมเล่าไปแล้ว ส่วนท่อน “เหลาไปเป็นบ้องกัญชา” ไม่ได้เล่าและไม่อยากเล่าแล้วเพราะแฟร้งค์บอกผมว่าอยากลืมๆให้หมด แถมด้วยเรื่อง ดากานดา ของ Ratio Scripta ในห้วงอารมณ์ “เพื่อนสนิทฟีเวอร์”ของมันในขณะนั้น
http://etatdedroit.blogspot.com/2005/05/blog-post_30.html
http://etatdedroit.blogspot.com/2005/09/blog-post_112747570332600490.html
http://ratioscripta.blogspot.com/2005/10/blog-post_15.html

...................

หวังว่าขวบปีที่สอง ลูกของผมจะสร้างสรรค์งานดีๆให้กับมิตรรักบล็อกเกอร์ทุกท่านได้นะครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ได้แวะเวียนเข้ามาอ่านและขอบคุณทุกความเห็นที่ทิ้งเอาไว้ หากข้อเขียนของผมตลอดปีที่ผ่านมาได้ล่วงเกินผู้ใดไปก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

24 ความคิดเห็น:

Blogger Crazycloud กล่าวว่า...

พี่เปิดบล็อกใหม่แล้ว น้องชาย

3:36 หลังเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

ยินดีด้วยครับ กับการอายุครบนึ่งปีของบล๊อกที่มีการอัพเดทสม่ำเสมอแห่งนี้ครับ

เวบผมเองก็ครบรอบหนึ่งปีไปในช่วงเวลาเดียวกันนี้
แต่ไม่เรียกว่าครบรอบอะไรเท่าไร เพราะความไม่สม่ำเสมอนั่นเอง โดยเฉพาะช่วงที่เว้นวรรคไปค้นหาตัวเองแบบไม่ต้องรอใครไล่ร่วมสามสี่เดือนก่อน

การทำงานอดิเรก หรือทำอะไรบางอย่างที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องน้อยเต็มที เช่นการเขียนอะไรดีๆให้อ่านผ่านเวบบล๊อกแบบนี้ให้สม่ำเสมอถึงขนาดหนึ่งปี ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

การครบรอบหนึ่งปีเช่นนี้ จึงนับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีทีเดียว

จึงควรได้รับการปรบมืออย่างสมเกียรติ เย่

.......

และไหนๆ ผมก็ขอเปิดใจบทบาททางการเมืองและการวิพากษ์วิจารณ์ ที่ผมมักจะทำอยู่บ่อยๆในเวบนี้สักนิด

การที่ผมแสดงความเห็นในทางวิจารณ์อย่างรุนแรงต่อบุรพจารย์และบุคคลต่างๆ ในวงการในหลายต่อครั้ง จนเป็นเหตุให้ถูกนิรนามกวนนั้น

ไม่ได้มาจากการขาดความเคารพ

หากเป็นการเคารพที่ต้องขอจำกัดตัวไว้ ว่าขออนุญาต เคารพในความรู้และประสบการณ์

แต่ในเรื่องบางเรื่อง ผมก็จำเป็นต้องขอใช้สิทธิในฐานะของประชาชนพลเมืองไทย ที่อาจจะต้องถูกใช้รัฐธรรมนูญบังคับใช้บังคับไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ผมจึงคิดว่า ผมมีสิทธิเต็มในการปกป้องประโยชน์ประการนั้นของผมบ้าง

เนื่องจากการรวมฮิตบล๊อกของเจ้าของบล๊อก ทำให้ผมกลับไปอ่านในงานเก่าๆ และได้เห็นข้อความลักษณะ "แฉ" จากนิรนามบางท่านในหายๆที่ ในทำนองที่ว่าผมได้ "ดี" มาเพราะ อ.อมร จันทรสมบูรณ์ ด้วยการให้ผมผ่านวิทยานิพนธ์มาในระดับดี แล้วผมดันเนรคุณวิจารณ์ท่าน และข้อความอีกหลายอันว่า แน่จริงไม่ไปวิจารณ์ลุงหรือพ่อตัวเองเสียบ้าง ฯลฯ

ผมขอเรียนว่า ลุงและพ่อผมก็ไม่ได้รอดหรอกครับ ... ใครรู้จักทางเข้าบล๊อกผม หรือเคยสนทนากับผม คงจะรู้ว่าผมเองออกมาเหน็บบทบาททางการเมืองของลุงผมอยู่บ่อยๆไป ในสมัยที่ท่านเคยเสนอแนวคามคิดเรื่องสภากระจก ผมอยู่ราวๆ ม.๔ - ม.๕ เคยเขียนจดหมายคัดค้านให้พ่อผมซึ่งเป็นคณะทำงานนำไปเสนอด้วยซ้ำไป

เพราะมันคือการคัดค้านในฐานะของประชาชนชาวไทย ไม่ใช่ในฐานะลูกหลาน หรือลูกศิษย์

การมายกอ้างบุญคุณ เพื่อกลบล้างหรือจำกัดสิทธิ์ในการวิจารณ์ ผมคิดว่าไม่ใช่ความคิดที่เป็นอารยะเท่าไร

เข้าทำนองเราชอบยกตัวอย่างฝรั่งว่าดีงามเจ๋งเป้ง เช่นเสรีภาพในการแสดงออกและวิพากษ์วิจารณ์แบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม แต่เราชอบมีข้ออ้าง "แบบไทยๆ" เพื่อจำกัดสิทธิดังกล่าว แบบที่เรียกว่า "สันดานไทย ใจฝรั่ง"

วิทยานิพนธ์ผมมีกรรมการตั้งสี่คน หลายๆคนมี และกำลังจะมีบทบาทในทางการเมือง เท่ากับว่า ผมห้ามแตะบุคคลทั้งสี่นี่เลยหรือ ? เพราะท่าน "สงสาร" ถึงให้ผ่านวิทยานิพนธ์ในระดับ "ดี" ?

(ซึ่งผมกำลังสงสัยว่า ระบบวิทยานิพนธ์บ้านเรานี่เขาประเมินชิ้นงานจากความสงสารกันก็ได้ด้วย สงสารอีท่าไหนไม่ทราบให้ถึง "ดี" แถมไอ้การประเมินนี้ก็ไม่ได้เขียนลงปริญญาหรือประกาศต่อบุคคลภายนอกเสียด้วยนอกจากในใบทรานสคริปต์ที่แทบไม่ได้ใช้งานเลย ไอ้เจ้านิรนามนี่มันแน่จริงเว้ย รู้มากยังกะนั่งในห้องสอบ)

อย่าลืมนะครับ คนที่ถูกเรียกว่า "เนติบริกร" ทั้งเบอร์หนึ่งและเบอร์สอง มีลูกศิษย์ลูกหาในวงการกฎหมายมหาชนอยู่กว่า 80% ในบรรดาคนที่มาสับๆๆ หรือที่ให้ฉายาท่านทั้งสอง ก็คงต้องเคยปเนลูกศิษย์ท่านมาบ้าง

หากเราไม่สามารถวิจารณ์ได้ เพราะคนนี้เคยมีบุญคุณกับเรา
คนนู้นเป็นอาจารย์ เป็นกรรมการวิทยานิพนธ์เรา
คนนั้นเป็นญาติเรา
คนนี้เคยกินเหล้ากะเรา

เราก็คงไม่ต้องวิจารณ์หรือพูดบ่นอะไรกะใครเลย นั่งหุบปากให้มิด

สุดท้ายนี้ น้องฟิล์ม เอ๊ย บุญชิตฯ ขอบอกว่า ใครทำอะไรให้ฟิล์ม ฟิล์มจำได้ทุกคนครับ ไม่เคยคิดลืมบุญคุณใครเลย ไม่ใช่คนอกตัญญูแน่นอน

เพียงแต่ไม่ชอบคนทวงบุญคุณเท่านั้นแหละ ฮาฮา ผมก็เหมือนเสี่ยโรงปูนแหละ ไม่หนี ไม่มี ไม่จ่าย แถมทวงมากหายอีก ... ฮาฮาฮา

4:28 ก่อนเที่ยง  
Blogger Crazycloud กล่าวว่า...

มาแฮปปี้เบริท บล็อกเดย์อีกที

สำหรับนิติรัฐ คุณสมบัติของเขาไม่อาจเอ่ยได้ด้วยวลีสั้นๆ จึงขอเขียนคำนิยม ให้ชัดๆ

โดยส่วนตัวผมว่านิติรัฐ หรือเดอะปึ๋งเป็นชายหนุ่ม รูปงาม เฉียบแหลม เสน่ห์เหลือร้าย ลึกลับ ซับซ้อนดื่มหนัก ดื่มจุ เป็นเสเพลบอยชาวกรุงกระชากใจสาวอย่างแท้จริง ในนามแมวอ้วนแห่ง บริคบาร์ ขอคารวะ เสือล่ำแห่งมอลลี่ หนึ่งจอก

ในส่วนการเมือง คงไม่ต้องบอกว่า นิติรัฐ คือซ้ายธรรมชาติ ส่วนใหญ่ผู้ชายที่ถนัดซ้ายจะโรแมนติก มีความคิดวิพากษ์แบบเสือซ่อนเล็บ กรีดกันแบบอาบน้ำผึ้งผสมมะนาว คัดกันบรรทัดต่อตะนาวศรี เดินกันเป็นเทือกเขาเหมือนเคยเข้าป่า เป็นอนาคตของชาติ คนสำคัญในวงการเมืองไทย ได้อย่างสบายๆ ด้วยสมรรถนะส่วนตัวเป็นเยี่ยมและต้นทุนทางสังคมที่มากขึ้นเรื่อยๆ ในนามนักรบบ้าแห่งพันธมิตร ขอคารวะนักรบซ้ายไร้เจ็ด หนึ่งจอกเป็นจอกทื่สอง

ในส่วนตัวผมเอง นิติรัฐ คือน้องชายที่ธรรมศาสตร์ คือคู่ขาชั่วคราวของ แมวอ้วน กับเสือล่ำ ที่ย่ำค่ำ ย่ำคืน ดูสาว ดวดเหล้า คุยกันเรื่องการเมือง แบบออกรส นิติรัฐเป็นผู้วัฒนธรรมอันดีในยามพบปะผู้คน เฉกเช่นเดียวกับผม (ฮา ฮา)ดังนั้น แม้ว่าในช่วงที่เขาเรียนอยู่จะไม่สนิทมากนัก แต่เมื่อต้องทำงานด้วยกันในบางช่วงที่ธรรมศาสตร์ ผมก็ได้เรียนรู้จากน้องชายคนนี้มากเช่นกัน คารวะหนึ่งจอกเป็นจอกที่สาม

ที่สำคัญ นิติรัฐ คือ ผู้ปลุกเมฆบ้า ให้ออกมาอาละวาดในบล็อกเก่อ ดังนั้น หากผมไปสร้างความรำคาญใจให้ใคร ผมขอยกความผิดครึ่งหนึ่งให้กับ นิติรัฐ ฮา ฮา

ที่สำคัญและผมถือเป็นบุญคุณ นิติรัฐ คือ ผู้ปลุกชีวิตผม ให้ตื่นขึ้นมาโลดแล่นในโลกวิชาการอีกครั้ง ในช่วงที่ผมเบื่อเหลือเกินกับ เจ้านายผมที่ ม.รังสิต จนผมคิดอยากกลับไปทำนาที่บ้านดีกว่า

สุดท้าย ขอให้บล็อกน้องท่านจงเจริญงอกงามต่อไป อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปณิธาณ ธนสาร สมบัติ สตรี
สวาท สังวาส สบาย แฮ

สวัสดีพี่กล้าด้วยครับ

9:12 ก่อนเที่ยง  
Anonymous POL_US กล่าวว่า...

ดีใจและขอบคุณ .... กับการผลิตงานมีคุณภาพนะครับ .... บล๊อกสำหรับพี่ คือ การคลายเหงา และ ได้เขียนอะไรของตัวเอง ที่อยากจะระบายอะไรบางอย่าง ส่วนใครจะอ่าน หรือไม่อ่าน จะเห็นด้วย หรือ เห็นต่าง เป็นสิทธิเฉพาะตน .....

แล้วจะรอดูผลงานต่อไปนะครับ น้องป๊อก ...

9:28 ก่อนเที่ยง  
Blogger Dawdle Man กล่าวว่า...

ยินดีด้วยครับ ผมเข้ามาแอบอ่าน blog ของพี่อยู่บ่อยๆ ผมเองก็ไม่ได้เขียน blog มาเป็นชาติแล้ว ขอนับถือในความพยายามและความตั้งใจของพี่ครับ

หวังว่าจะได้อ่านบทความดีๆ เรื่อยๆ ไป

9:30 ก่อนเที่ยง  
Blogger ratioscripta กล่าวว่า...

ยินดีด้วยเพื่อน

คนอย่างมึง ยังไงก็ต้องหา "รู" ได้แน่ๆ

พลังในการเขียนเพราะสะสมมาเยอะ รวมทั้งพรสวรรค์ของมึง มันพยายามจะดันหารูออก

และก็สำเร็จความใคร่ทางวิชาการได้เสียทีเมื่อมึงเจอรูที่เหมาะสม

และกูเชื่อว่า รูที่มึงตะบี้ตะบันอยู่นี้มันจะขยายกว้างขึ้นๆ (ฮาๆ) กว่าที่ยืนอยู่ตรงนี้ ทั้งนี้ตามความช่ำชองและประสบการณ์ของมึงที่พอกพูนขึ้นทุกวัน

บล็อกจะเล็กไปแล้ว

3:53 หลังเที่ยง  
Blogger Mr.GELGLOOG กล่าวว่า...

เข้ามาแสดงความยินดีด้วยคนครับ

ขอให้ blog นี้ อยู่ยืนยง คงกระพัน......

4:30 หลังเที่ยง  
Anonymous grappa กล่าวว่า...

ขี้เมาจากเฮ็มล็อค ถนนพระอาทิตย์
มา แฮปปี้ เบริ์ดเดย์(บล็อก) ด้วยจ้า
เขียนต่อไป เราจะตามอ่าน

4:33 ก่อนเที่ยง  
Blogger Saruj กล่าวว่า...

แม้ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว
แต่ก็(แอบ)แวะเวียนมาอ่านอยู่บ่อยๆ

ขอแสดงความยินดี กับอีกขวบปีที่ผ่านไปด้วยอีกคนละกันครับ :-)

6:22 ก่อนเที่ยง  
Blogger Crazycloud กล่าวว่า...

ใครย้อนไปอ่านวิวาทะของ นิติรัฐ ราติโอ้ กับผม แล้วกรุณาไปอ่าน บล็อกผมตอนใหม่ ที่

http://thereturnofcc.blogspot.com

8:06 ก่อนเที่ยง  
Anonymous KoPoK กล่าวว่า...

ยินดีด้วยค่ะ ^_^

9:55 ก่อนเที่ยง  
Blogger Sayorita กล่าวว่า...

Happy Anniversary

ขอบคุณอาจารย์ ที่ช่วยย่อยสาระบางเรื่อง

จากเรื่องไกลตัวที่ดูเหมือนยาก
(ให้ยากขึ้นกว่าเดิม ฮ่า ฮ่า)

ให้ง่ายต่อความเข้าใจมากขึ้น


Keep writing......

10:25 ก่อนเที่ยง  
Blogger Soulseeker กล่าวว่า...

ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

2:01 หลังเที่ยง  
Blogger Soulseeker กล่าวว่า...

ผมกำซาบยิ่งหรือสะท้านหวาดในบางคราวสำหรับบลอกของพี่

ครบรสครับ ครบรส

เย็น ร้อน เปียก มันคงเป็นฤดูกาลผันแปร...

แต่สิ่งหนึ่งที่พี่สอนผม(ถึงแม้มิใช่โดยตรง)อย่างสำคัญคือ

"ฤดูเคลื่อนเวลาคล้อยในชีวิต
แต่ความคิดมิได้ลอยเลื่อนสลาย
ฉันจะยืนเอามือหยัดเดินทางไป
ด้วยสองเท้าหนึ่งใจแต่ทางเดียว "

ขอให้แข็งๆ นะครับ (ลืมเติมแรง-ตั้งใจ)

555

2:03 หลังเที่ยง  
Anonymous yodmanud^ying กล่าวว่า...

ยินดีด้วยค่า:-)

3:28 หลังเที่ยง  
Anonymous Human being กล่าวว่า...

เพิ่งจะรู้จักกันไม่นาน แต่รู้สึกถึงความเฉียบคม และตั้งใจของเจ้าของบล็อค ชื่นชมมาก
แฮบปี้ บล็อคเดย์ค่ะ

6:51 หลังเที่ยง  
Blogger la mangouste กล่าวว่า...

Bonne anniversaire

Merci pour le blog qui me rend fière d'être thaï dans un style claire et net. C'est un soulagement et un réconfort, encore Bonne anniversaire.

มีข้อสงสัยเรื่องการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ถามผู้รู้หน่อยค่ะ
ถ้าไม่รบกวน
เอาการประกาศของ กกต กับ สถานทูตไทยในเบลเยี่ยม มาเทียบดู
สถานทูตไทยในเบลเยี่ยม มีอำนาจสิทธิ อย่างไร
สามารถกำหนด ให้แสดงเอกสาร มากกว่าที่ กกต กำหนด หรือไม่ อย่างไร

เขาจะเอาเอกสารบัตรประชาชนเบลเยี่ยมไป เพื่ออะไรคะ
เท่าที่เสิร์ชดู เห็นมีเพียงเบลเยี่ยมค่ะ

ถามก็ไม่บอก ทั้งที่ได้ี่ทำหนังสือแจ้งที่อยู่แล้ว ๓ ครั้งอย่างน้อย
ที่อยู่ที่ไม่ได้ย้ายไปไหน ที่เดิม

ที่ควรดำเนินการกลับบกพร่อง พูดแรงไปไหมคะเนี่ย

แต่น่าสังเกต คนที่ไทยที่ไม่มีบัตรประชาชนเบลเยี่ยมมีไม่น้อย
น่าคิดนะคะ จะเลือกสส ไทย แต่ต้องแสดงบัตรประชาชนเบลเยี่ยม
ดิฉัน มีบัตรเลือกตั้ง
ได้ลงะเบียนเลือกตั้งไปยังสถานทูตเบลเยี่ยม ทาง แฟ็กส์

ตั้งแต่ปลายเดือน กุมภา ก่อนประกาศอย่างเป็นทางการของสถานทูต
สถานทูตเบลเยี่ยม ไม่ส่งเอกสารการเลือกตั้ง สส มาให้ จึงไม่ได้เลือก สส
ดิฉันเสียสิทธิการเลือกตั้ง

ส่งเอกสารการเลือกตั้ง สว มาให้
ก่อนวันที่ ๑๐ เมษา แต่ส่งที่ที่อยู่เดิมเมื่อ ๙ ปีที่แล้ว
ทั้งที่ำเรื่องแจ้งที่อยู่ใหมู่่มา ๔ ครั้งแล้วสถานทูตไทยในเบลเยี่ยม
ไม่ได้ดำเนินการอะไร อ้างงานเยอะทุกครั้ง ติดต่อ
สถานทตไทยทางโทรศัพท์ยากมาก
ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ๓ ครั้งที่ผ่านมา
ต้องไปส่งเอกสารวันสุดท้้ายด้วยตัวเอง

คำชี้แจงของเจ้าหน้าที่สถานทูต
ทำไมไม่ได้เลือก สส
คุณไม่ได้ลงทะเบียนเลือกตั้ง พอแสดงหลักฐานก็หน้าเจื่อน
บอกเป็นคุณทักษิณ ที่เปลี่ยน ลงท้ายก็ล้งเล้งกันเอง

งานเยอะ
ี่ที่เยอรมัน อิตาลี มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่าเบลเยี่ยม ๓ ถึง ๔เท่า
เขาได้เลือกตั้งก่อนคนไทยในเบลเยี่ยมอีก

สรุป ข้อสงสัยนะคะ

๑ กกต คือต้นเหตุ ที่ทำให้ดิฉันเสียสิทธิเลือกตั้ง สส ครั้งนี้ ใช่หรือไม่


๒ สถานทูตไทยในเบลเยี่ยม มีอำนาจสิทธิ อย่างไร
สามารถกำหนด ให้แสดงเอกสาร มากกว่าที่ กกต กำหนด หรือไม่ อย่างไร

Je voudrais savoir ce que vous pensez de ces initiatives de
l'Ambassade en Belgique .
Cela ressemble à multiplier les obstacles à l'exercise du droit de vote ...

12:37 ก่อนเที่ยง  
Blogger la mangouste กล่าวว่า...

ขอโทษค่ะ ดึกแล้วดิฉันเขียนผิด ๓ จุด
ขอแก้คำผิดค่ะ จากที่เขียนว่าสถานทูตเบลเยี่ยม เป็นสถานทูตไทยประจำกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม

12:50 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ยินดีด้วยนะ สำหรับบล๊อกที่อายุครบรอบหนึ่งขวบ พี่ขอสารภาพว่าพี่ใช้บล๊อกของอาจารย์ป๊อกเป็นทางผ่านไปยังเพื่อนบล๊อกข้างๆ เสมอ

pattaya

9:23 ก่อนเที่ยง  
Blogger Etat de droit กล่าวว่า...

ตอบคุณ la mangouste

ผมไม่แน่ใจเหมือนกันนะเรื่องระเบียบการเลือกตั้งในต่างประเทศ

แต่ที่ฝรั่งเศส ผมก็ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนไปเหมือนกัน หรือจะเอาสำเนาหนังสือเดินทางก็ได้

เพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นเรา ไม่มีมั่วคนอื่นมากระมัง

ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งต่างแดนเท่าไรนัก เพราะ ใช้งบประมาณสูงมาก แต่รัฐธรรมนูญดันกำหนดไว้ว่าการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ กฎหมายลูกก็ตามไปตัดสิทธิทางการเมืองของคนไม่ไปเลือกตั้งอีก

ส่วนการเลือกตั้งในต่างประเทศครั้งนี้ ต้องยอมรับว่ากระชั้นชิดมากจนสถานทูตตั้งตัวไม่ทัน ที่นี่ก็มีหลายคนที่ไม่ได้รับบัตรลงคะแนน

9:48 หลังเที่ยง  
Anonymous Penny_us กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะ
ยินดีด้วยอีกคนกับลูกชายที่อายุครบขวบแล้ว อืม...ท่าทางลูกอาจารย์คนนี้ไอคิวสูงด้วยนะค่ะแถมอีคิวไม่ต่ำอีก...เคยเรียนกะอาจารย์ชั่วโมงติวครั้งเดียวแล้วไม่เข้าอีกเลย เพราะตอนนั้นแบบว่า...เหมือนหัวสมองจะจูนคลื่นอาจารย์ไม่ค่อยได้...แต่พอมาอ่านบล็อคแล้ว ...แทบไม่น่าเชื่อว่าคนคนเดียวกัน เขียนอ่านง่ายและสนุกมากค่ะ จะติดตามต่อไป หวังว่าจะได้มาสุขสันต์ครบรอบสองขวบลูกชายคนนี้ของอาจารย์อีกนะค่ะ

4:26 ก่อนเที่ยง  
Blogger bact' กล่าวว่า...

ยินดีด้วยครับ

เข้ามาอ่านเปิดกบาลน้อย ๆ ได้พักนึงแล้ว
คิดว่าจะยังติดตามต่อไป (ถ้าอ่านรู้เรื่อง / อ่านไหว โพสต์ที่บล็อกนี้ยาวกว่าค่าเฉลี่ย :P)

5:38 หลังเที่ยง  
Blogger PKT กล่าวว่า...

บล๊อกของข้าเจ้าเปิดหลังจากบล๊อกของท่านไม่นาน แต่กลับปิดตัวลงไปเสียก่อน เพราะว่า "เมื่อบล๊อกมันห่วย ก็ทิ้งมันไป" โดนไวรัสเจ๊งไปแล้ว

ตอนนี้ท่านเจ้าของบล๊อกคงไปโต้คารม เมาน้ำลายอยู่ที่เมืองเปริเกอร์ เสียดายจริงๆที่ครั้งนี้ข้าเจ้าไม่ได้ไปเสนอหน้ากับเขาด้วย เลยอดฟังท่านบรรยาย ไม่รู้ว่าจะต้องอีกไปอีกนานเท่าไหร่ แต่ก็หวังว่าคงมีสักวัน ไม่ช้าก็เร็ว

หนึ่งปีผ่านไป ก็เหมือนว่าอะไรๆจะเปลี่ยนไปมากมาย แต่จริงๆแล้วก็เหมือนว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย

ขอให้พี่ท่านมีความสุขมากๆกับการเลี้ยงลูกปีสอง (ว่าแต่ว่า หญิงหรือชาย) และก็ขอให้ชีิวิตสดใสซาบซ่า คาซาบลังก้า ดำรงความเป็นจารย์ปึ๋งปั๋งต่อไปเจ้าค่ะ

ขี่เก๋งแล้วอย่าลืมเกวียนนะเจ้าคะ...

จาก เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ^^

6:21 หลังเที่ยง  
Blogger Oakyman กล่าวว่า...

ขอคารวะครับ

8:19 ก่อนเที่ยง  

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก