วันศุกร์, มีนาคม 03, 2549

นวัตกรรมสมัยใหม่ครับพี่น้อง

พ.ศ. ๒๕๐๑, พ.ศ. ๒๕๑๕, พ.ศ. ๒๕๑๙, พ.ศ. ๒๕๒๐, พ.ศ.๒๕๓๔

ฉีกรัฐธรรมนูญด้วยรถถัง

พ.ศ. ๒๕๔๙

ฉีกรัฐธรรมนูญด้วยมาตรา ๗

44 ความคิดเห็น:

Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

ที่แย่ คือหลายๆ ทีที่มีการฉีกรัฐธรรมนูญ

จะมีคนเอาดอกไม้ไปมอบให้

แม้แต่ครั้งนี้ก็เถอะ...

8:44 หลังเที่ยง  
Blogger a portrait of the engineer as a young man กล่าวว่า...

เห็นด้วยครับพี่น้อง

เหมือนเรียนหนังสือ

เพื่อถอยหลังเข้าคลอง

12:39 ก่อนเที่ยง  
Blogger pariNYa กล่าวว่า...

อ้าว...
มาตราเจ็ด ไม่ได้อยู่ในรัฐธรรมนูญหรือครับ

ผมเริ่มโลเล กับทางตัน และความมืดอันนี้แล้วสิครับ
ขอช่วยชี้แนะด้วย

2:20 ก่อนเที่ยง  
Blogger Etat de droit กล่าวว่า...

เชิญชวนไปอ่านจุดยืนของผม ไม่เอานายกฯพระราชทานที่โอเพ่นออนไลน์

คิดเห็นประการใด ทิ้งความเห็นได้ในบล็อกผมเลยครับ

4:27 ก่อนเที่ยง  
Blogger POL_US: Jurisprudence กล่าวว่า...

เอาข่าวมาฝาก .....

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000029702

ไม่น่าเชื่อเลย ว่าศาสตราจารย์ทางกฎหมายมหาชน จะมีแนวคิด ขอนายกพระราชทาน หรือ ล้มล้างรัฐธรรมนูญกับเขาด้วย .... เฮ้อ ...

6:54 ก่อนเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

อธิบายคุณปริญญา

ที่นักกฎหมายมหาชนเสียงข้างน้อยเห็นว่าทำไม่ได้
คือมาตรา ๒๑๐ ว่า

"... นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่พ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา ๑๑๘ (๗) ในอายุ ของสภาผู้แทนราษฎรชุดเดียวกัน..."

กรณีหลังหมายถึงคนที่เป็น ส.ส. แล้วไปเป็นรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี ในสมัยนี้ เช่น กรณีของ รมต. ที่เคยเป็น ส.ส. แล้วไปเป็น รมต. ถูกปรับออก ก็ยังมีสิทธิเป็นนายกได้ แต่ต้องในสมัยเดียวกันกับสภานี้เท่านั้น

สรุปว่า ยังไงนายกต้องตั้งมาจาก ส.ส. หรือคนเคยเป็น ส.ส. ในสมัยนี้เท่านั้น

การที่นักวิชาการเสนอให้นายกลาออก เจ้าของบล๊อกได้เขียนไว้ว่า มันลาออกไม่ได้ เพราะไม่มีตำแหน่งให้ลาออกแล้ว เพราะเป็นเพียงการ "รักษาการ" ในตำแหน่งนายก ดังนั้นถ้าจะทำคือไปขอไม่ปฏิบัติหน้าที่รักษาการนายก ซึ่งก็มีกฎหมายอุดช่องว่างไว้อีกว่า ในกรณีที่นายกปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ก็ให้รองนายกปฏิบัติหน้าที่ไป ... เป็นไปตามสายและตรรกะ

(รายละเอียดอ่านเอาในบทความของเจ้าของบล๊อกในโอเพ่นออนไลน์ นะครับ)

การขอนายกพระราชทานที่เป็นกลางทางการเมืองนั้น คือต้องฉีกรัฐธรรมนูญมาตรานี้ทิ้ง
จะแก้ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีสภาแล้ว วุฒิก็สิ้นอายุแล้ว สภาผู้แทนก็ถูกยุบแล้ว

นั่นคือการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งโดยอ้างมาตรา ๗ ซึ่งสำหรับผม ถือเป็นการ "แถ" ของคนที่อ่านรัฐธรรมนูญไม่แตก ว่ามาตรา ๗ มีไว้เพื่ออุดช่องว่างเชิงรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ไปสร้างให้เกิดอำนาจพิเศษเหนือรัฐธรรมนูญ การอุดช่องว่างดังกล่าว ต้องไม่ไปขัดกันเองกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ

คือนึกแต่จะพึ่งอำนาจเบื้องสูงจนไม่สนใจอะไรแล้ว

แม้อาจารย์ สุรพล มาออก ถ.ล.ถ.ค. เมื่อคืนก็พูดไม่เต็มปากว่าจะใช้มาตรา ๗ อย่างน้อยท่านเป็นนักกฎหมายที่เช่ยวชาญ ท่านคงไม่กล้าพูดเต็มปากว่าจะ "แถ" ด้วยมาตรานี้

ผมรู้สึกว่า แค่นายกชั่วๆ คนเดียว จะถึงขนาดล้มล้างกติกาทุกอย่าง ทุบประชาธิปไตยที่กำลังเริ่มเติบโต ย้อนหลังกลับไปราวๆปี ๒๕๒๑ อีกหรือ ?

ผมถึงเซ็ง จนวันนี้ และวันนี้ผมจะส่งโปสการ์ดใบหนึ่ง ไปยัง "ท่าน" นักวิชาการรัฐศาสตร์ผู้ออกมาแนะมาตรา ๗ นี้ให้พวกกู้ชาติออกมา "รับลูก" ว่า

"ลุงครับ ลุงจำได้ไหมครับ เมื่อยี่สิบปีก่อน ลุงเคยถวายฎีกา เพื่อเรียกร้องนายกที่มาจากการเลือกตั้งนะครับ"

...

7:43 ก่อนเที่ยง  
Blogger pariNYa กล่าวว่า...

ผมอ่านบน ออนโอเพ่นแล้วครับ

ผมสรุปความคิด นิดนึงนะครับ ว่าผมเข้าใจถูกหรือไม่
๑.มาตราเจ็ด อยู่ในรธน.ฉบับปัจจุบัน เป็นการดึงมาจากฉบับเก่า ๆ (ส่วนมากเป็นของคณะปฎิวัติ) เป้าหมายคือการอุดช่องว่างแบบครอบจักรวาล
๒.การเคลื่อนไหวของพันธมิตรให้นายกลาออกนั้น เป็นการพยายามให้เข้าสู่สภาพช่องว่าง เพื่อให้ได้ใช้ มาตราเจ็ด (ที่หลายคนเรียกว่า แถ)
๓.ทุกคนในที่เห็นว่า การทำเช่นนี้ ถือเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญ แม้ว่าฉีกน้อย ๆ ก็ถือว่าฉีก ไม่ควรฉีกเด็ดขาด
๔.ทุกคนเห็นพ้องกันว่า การขอนายกพระราชทาน เป็นการระคายเคืองใต้พระยุคลบาท ถือว่าไม่โตซะที

ผมออกตัวก่อนครับ ว่าผมเป็นสถาปนิก ไม่รู้เรื่องกฏหมายจริง ๆ แต่สนใจ และใคร่รู้

กฏหมายจริง ๆ นี่ เขาดู เจตนารมณ์ หรือ ตัวอักษรครับ?

ตามที่ผมเข้าใจ กรณีขายหุ้นให้เทมาเส็ก และหลาย ๆ ครั้ง
นายก ทำถูกกฎหมายตามลายลักษณ์อักษร แต่ผิดเจตนารมณ์ ผมเข้าใจถูกไหมครับ?
มิใช่ข้อที่จะอ้างว่า นายกยังฉีกรธน. แล้วเราทำบ้างจะเป็นไร
ผมไม่เอาความเลวเป็นที่ตั้ง เหมือนหลาย ๆ คนในรัฐบาล และฝ่ายชุมนุมนะครับ

ผมไม่เห็นด้วยกับทางออกทางนี้ อย่างที่เคยเสนอความเห็นในกระทู้คุณ ก่อนหน้านี้
ไม่เห็นด้วยในวงจรอุบาทว์ ---ชุมนุม—ฏิการ้องในหลวง—รบ.พระราชทาน—โกงกิน—ชุมนุม—
วงจรนี้ รอบที่ผ่านมา ก็ประมาณ สิบสี่ปี
แต่วันนี้ ผมฟัง ทักษิณ หาเสียงว่า จะแก้รัฐธรรมนูญภายในสองปี
ผมฉุกคิดทันใดว่า เอ้ย เคยได้ยินแล้วนี่นา ตอน นโยบายแก้ กม.สิบเอ็ดฉบับ

ผมกลับเกิดความกลัวอย่างจับใจว่า วงจรมันอาจสั้นกว่าเดิมเป็น
--ชุมนุม—ยุบสภา---เลือกตั้ง--- สัญญาว่าจะแก้รธน.—ยื้อสองสามปี—ชุมนุม---ยุบสภา---
วงจรนี้ สี่ปีครับ

ผมเห็นด้วย เรื่องระคายเคืองใต้พระยุคลบาท พวกเราน่าจะโตได้แล้ว
ผมคิดลังเลตามสไตล์ผม ที่เคยฟังมาว่า ตอน ๒๔๗๕ เราก็เร่งอยากโต แล้วเป็นไง
วงจรอุบาทว์ วนอยู่หลายสิบปี
และหากมองเจตนาร้ายของคุณทักษิณ (สรุปแบบมองเขาแง่ร้ายสุด ๆ)
คุณทักษิณ อาจอยากแยก ประชาชนกับในหลวง โดยอ้าง การระคายเคืองพระยุคลบาทหรือไม่
(ไม่รวมข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปล่อยว่า ในหลวงทรงให้ทักษิณอยุ่ในตำแหน่งเพื่อทำงานนะครับ ใครปล่อยข่าวนี้ หากไม่มีมูลใด ๆ ผมของสาปแช่งมัน ณ ที่นี้)

ผมมองว่า การเดินเกมไล่นายก เพื่อให้เข้าเกณฑ์มาตราเจ็ด ยังไม่ฉีกรัฐธรรมนูญนะครับ
ตราบใดที่ ผู้ชุมนุม ไม่ได้ข่มขืนใจให้ทักษิณจับปากกาเซ็นต์ลาออก
แต่การเล่นเกมนี้ เพราะเขาไม่อยากฉีกรัฐธรรมนูญนั่นเอง และพยายามหาทางมาเล่นในเกมอีกที ด้วยมาตราครอบจักรวาลอันนี้

ถามอีกทีครับ ว่ากฏหมายจริง ๆ นี่ เขาดู เจตนารมณ์ หรือ ตัวอักษรครับ?
หากตัวอักษรมันดิ้นได้ เหมือนเนติบริกร หรือ นิติอักษรศาสตร์ชอบเล่นแล้วเนี่ย
มาดูเจตนารมณ์กันดีกว่าไหมครับ?
ผมเชื่อ ตาใส ๆ ว่า เจตนารมณ์ของ กฎหมาย คงอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุขหน่ะครับ

ผมไม่ได้เข้าข้างใคร แต่แค่สับสนในทางตัน และมืดมิด
ผมเกรงว่า หากเงื่อนปม มันขมวดเข้าไปอีกทีสองที (ด้วยฝีมือฝ่ายไหนก็ตาม)
กำลังทหาร อาจจะมาฉีกรธน.ซะเอง ทีนี้ เสียหายวงกว้าง จะไม่ใช่ถอยหลังเข้าคลอง จะเป็นเรือล่มปากอ่าวซะนี่
หรือ เกิดนองเลือดขึ้น ตายแค่คนเดียว ก็ตายนะครับ
ซีเอนเอน คงคุยกันสนุกปาก

ทางออก สัตญาบรรณ ที่เคยคิด อาจเป็นไปได้ยากแล้วหน่ะสิครับ

ถ้าถามแบบนักออกแบบคือ
หากชี้ปัญหาได้แล้ว ทางแก้ปัญหาคืออะไรครับ?

รบกวนช่วยชี้แนะด้วย
ด้วยความเคารพ

11:15 ก่อนเที่ยง  
Blogger Crazycloud กล่าวว่า...

แอบมาฟังนักปราชญ์คุยกัน ฮา ฮา

2:16 หลังเที่ยง  
Blogger pariNYa กล่าวว่า...

เสริมความคิดอีกนิดคือ
หนทางการแก้ รธน.ปัจจุบันมันดูมืดมนอย่างไรไม่ทราบ
ที่ว่า ปปง. ปปช. ศาลรธน. สว. มีหน้าที่เสนอแนะแก้ไข
องค์กรอิสระเหล่านี้ มันเทา ๆ ยังไงไม่รู้นะครับ ว่าไหม?

แล้วตามบทความ ออนโอเพ่น เหมือนจะคิดว่า
รัฐบาลพระราชทาน จะบริหารประเทศ ระยะยาวหรือครับ (ไม่ทราบผมเข้าใจถูกหรือปล่าวนะครับ)

แต่ถ้ารัฐบาลพระราชทาน(ตามมาตราเจ็ด)
เข้ามาดูแลการแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อเสร็จแล้ว ก็ยุบสภา
ให้มีการเลือก สส. และ สว. (และองค์กรอิสระบางอัน)ใหม่ ตามกติกาใหม่

ตามกรอบความคิดของคนนอกวงการกฏหมายทั่วไปอย่างผม
ผมว่าก็น่าจะเป้นทางออกที่ดีนะครับ

ด้วยความเคารพ

5:29 หลังเที่ยง  
Blogger Crazycloud กล่าวว่า...

หากท่านตรอง 313 ประกอบกับคำปราศรัยทักษิณที่จะลากการปฏิรูปการเมืองเป็นประชานิยม และการบอยคอตการเลือกตั้ง

นั่นแหละทางตัน นั่นแหละช่องว่างกฎหมาย ไมว่าผีห่าซาตานคนใดจะร่าง 7 ก็ตาม

รัฐสภาห้าปีพิสูจน์แล้ว ว่าไม่เหมาะแก่การแก้รัฐธรรมนูญ มันอาจเอาพวกมันมาเป็นกรรมการ มันอาจยัดเงินแบบที่มันเคยยัด

เมื่อนั่นทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท โปรดทรงใช้อำนาจตามมาตรา 7 ด้วยพระพุทธเจ้าข้า

อย่างหลงเกมส์มัน พี่น้อง ชาวบล็อกเกอร์ ข้าเข้าใจความหวังดีในแง่ตรรกะ ข้าเข้าใจท่าน

มิ ใช่ฉีกรัฐธรรมนูญ แต่ไอ้ษิณมันจะฉีกขอรับ โปรดเมตตาข้า ผู้เห็นควันไฟ ข้าจึงบอก

โปรดตรอง โปรดตรอง

6:47 หลังเที่ยง  
Blogger Crazycloud กล่าวว่า...

ในยามปกติอาจเป็นอำนาจพิเศษท่าน แต่ในยามนี้ มันคือช่องว่าง ช่องว่างแห่งมิติกาลเวลา

ช่องว่างที่จะเปลี่ยนผ่านการเมือง และระบบทักษิณ เปิดแล้ว

กลับสู่รากเหง้าของเราเถอะ พระพุทธเจ้าข้า

6:50 หลังเที่ยง  
Blogger Crazycloud กล่าวว่า...

มิได้ถอยหลังเข้าคลอง มิได้

หากไอ้ษิณมันจะพาประเทศลงคลองแสนแสบแล้วท่าน

ข้ากราบ ข้ากราบ พี่น้อง ช่วยกันเคลื่อนไหวในฝรั่งเศสเถิด

วิญญาณท่านปรีดี จะได้เป็นสุข

6:51 หลังเที่ยง  
Blogger Crazycloud กล่าวว่า...

ใช่มันเพื่อ ปฏิรูปการเมืองรอบ 2 หาได้ขอรัฐบาลพระราชทานไม่ เจ้าข้า

7:01 หลังเที่ยง  
Blogger Etat de droit กล่าวว่า...

แสดงความเห็นเพิ่มเติม

๑. รัฐบาลพระราชทาน จะอยู่สั้นๆหรือยาวๆ ผมก็ไม่เห็นด้วย

๒. โดย รธน ปัจจุบัน ไม่มีทางที่จะมีนายกฯมาจากคนนอก แล้วไอ้กติกาข้อนี้ สังคมไทยก็ต่อสู้มาเองหลังพฤษภาทมิฬ ดังนั้น การอ้างอย่างไรก็ตามเพื่อเอานายกฯมาจากคนนอก มันก็คือฉีก รธน อยู่ดี อย่างที่ผมบอก สมัยก่อนฉีกอย่างซื่อๆ เอาทหารออกมา เอารถถังออกมา แต่เดี๋ยวนี้หารูโหว่ แบบไม่มีรูโหว่ ก็จะเจาะให้มีรู เพื่ออ้างมาตรา ๗

๓. ผมไม่เคยไว้วางใจ "อำนาจพิเศษ" พอๆกับไม่ไว้วางใจทักษิณ ประวัติศาสตร์สอนเรามาแล้วว่าที่มาจาก "อำนาจพิเศษ" จะเป็นคนกลาง มันกลางจริงหรือ ไม่ใกล้ไม่ไกล ลองย้อนไปดูสมัยธานินทร์ กรัยวิเชียร ถามว่ากลางมั้ย ผมว่าไม่กลาง ชัดเจนเลยว่าเอามาปราบฝ่ายซ้าย

ที่สำคัญ เป็นทักษิณ เรายังด่าได้ อย่างที่ม็อบด่ากันนั่นแหละ ขุดโคตรเหง้ากันมาด่าเลย แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ยึดโยงกับในวัง ด้วยสภาพสังคมแบบ "ไทยๆ" อย่าว่าแต่ด่าเลย แค่วิจารณ์เรายังเกรง

๔. ประเด็นผมอยู่ที่ว่า เราไม่มีปัญญาโค่นทักษิณเองใช่หรือไม่ ถึงต้องแอบอิงกับ "อำนาจพิเศษ" เสมอ

๕. ส่วนที่ว่าทักษิณจะเบี้ยว ทักษิณจะฉีก รธน. ผมยังเห็นว่าผู้ชุมนุมเหนียวแน่นขนาดนี้ แรงขนาดนี้ คงไม่ปล่อยให้ทักษิณเบี้ยวกระมัง มันไม่มีหลักประกันอะไรทั้งนั้นแหละครับว่าทักษิณจะเบี้ยวหรือไม่ คนกลางจะเบี้ยวหรือไม่ นายกฯฟ้าประทานจะเบี้ยวหรือไม่ ก็ถ้าเบี้ยว เราก็กดดันต่อสิครับ

๖. อันนี้ถามเพื่อแลกเปลี่ยนกัน ถามจริงๆ จะเอาระบอบ "ฟ้าประทาน" ตลอดหรือครับ

๗. ผมไม่แน่ใจว่าปรีดี พนมยงค์เห็นสภาพสังคมไทยแบบนี้จะหัวเราะหรือร้องไห้ ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์ดู ผมว่าก็น่าจะวิเคราะห์ได้ว่าปรีดีก็ไม่เอา "นายกฯพระราชทาน" แน่ๆ

ลองอ่านงานของปรีดีเรื่อง "จงพิทักษ์เจตนารมณ์ของ ๑๔ ตุลา" ดู

ปรีดีรู้ลีลาของ "อำนาจพิเศษ" ดีกว่าใครๆ

ปรีดีไม่ได้กลับเมืองไทย เพราะอะไร ท่านน่าจะรู้กันดี

๘. อันนี้เล่าให้ฟังเล่นๆ ที่ฝรั่งเศสเคยนัดหยุดงาน เดินขบวนประท้วงทั่วประเทศตอนปี 1996 สุดท้ายรัฐบาลฝ่ายขวาของนายกฯ เอดูอาร์ด บัลลาดูร์ต้านไม่อยู่ ต้องยุบสภา การชุมนุมก็จบ ทุกคนก็ไปเลือกตั้ง แล้วก็เลือกฝ่ายซ้ายเข้ามาแทน

2:51 ก่อนเที่ยง  
Blogger Crazycloud กล่าวว่า...

ไอ้น้องรัก พี่เข้าใจความวิเศษของความเห็นน้อง

หากแต่ประโยชน์สุข อยู่เหนือตรรกะ ขอรับ

ประโยชน์สุข ต้องปรับแปรตามสภาพ ขอรับ

ประโยชน์สุข ต้องนำสันติ

นั่นคือ เป้า อย่าติดยึดกับหนทาง

ณ บัดนี้ พี่เห็นว่า เส้นทาง กับ เป้าหมายได้ผสานเป็นหนึ่งแล้ว น้องเอ่ย

3:50 ก่อนเที่ยง  
Anonymous POL_US กล่าวว่า...

พี่คิดเห็นเช่นเดียวกันกับป๊อก .... คนไทยไม่ได้โง่หลอก ทำไมดูถูกคนไทยกันนั่น การเลือกตั้งใหม่ หากมีการรณรงค์การเลือกตั้งอย่างจริงจัง ฝ่ายค้าน น่าจะได้เสียงเข้ามามากที่จะรวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลได้ หรืออย่างน้อย ก็สูสีแหละ นี่เล่นไม่เข้าร่วมตั้งแต่ต้น ตัดโอกาสประชาชนในการเลือกตั้ง เพราะมันจะเหลือแต่พรรคเล็กพรรคน้อย ที่คะแนนเสียงกระจัดกระจัด จนสู้พรรครัฐบาลเดิมไม่ได้

กล่าวโดยสรุป พระมหากษัตริย์ คือ สถาบัน ๆ หนึ่งที่ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเช่นกัน เรื่องมาตรา ๗ นี้ ก็เขียนเขียนในคอมเม้นท์ในบล๊อกของพี่เองแล้วเช่นกัน ในทำนองเดียวกับป๊อกนี้ และไม่สนับสนุนการขอพระราชทานนายกฯ หรือ รัฐบาลชั่วคราว โดยเด็ดขาด ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถอยหลังเข้าคลองอย่างนั้น ...

ที่จริงก็ไม่ค่อยอยากจะอ้างเท่าไหร่ แต่ พล.อ.เปรม ฯ ท่านก็ส่งสัญญาณกลาย ๆ โดยการให้สัมภาษณ์ว่า การเมือง ต้องแก้ไขด้วยกระบวนการทางการเมือง ซึ่งก็สะท้อนในตัวว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ทรงวินิจฉัยว่าอย่างไร ในประเด็นนี้ พระองค์ ทรงเข้าพระทัยดีถึงการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง และใต้รัฐธรรมนูญในปัจจุบัน ท่านจึงทรงมีพระราชดำรัสเตือนให้ช่วยกันประคับประคองให้บ้านเมืองไปรอดตลอดมา ตั้งแต่วันก่อนการชุมนุมใหญ่ที่พระบรมรูปทรงม้า ในโอกาสที่ให้ข้าราชการตุลาการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ เป็นต้น

หากใจเย็น ไม่ดูถูกประชาชนจนเกินไป ก็ควรจะต้องสนับสนุนกติกาประชาธิปไตย รัฐบาลเดิม อาจจะไม่ได้เสียงข้างมากก็ได้ เพราะหลายคน ซึ่งน่าจะเป็นเสียงส่วนใหญ่ของชนชั้นกลาง ที่เคยสนับสนุนนายกฯ อย่างเข้มแข็ง ก็เริ่มถอยชนิดไม่หันไปมองด้วยซ้ำไป ...

6:30 ก่อนเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

พ.ศ. ๓๕๓๐ .... ศ.ดร. ชัยอนันต์ สมุทวณิช ถวายฎีกาต่อในหลวง เพื่อให้ไม่ทรงโปรดเกล้าให้พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายก และเรียกร้องให้มีนายกที่มาจากการเลือกตั้ง

พ.ศ. ๓๕๔๙ .... ศ.ดร. ชัยอนันต์ สมุทวณิช ถวายฎีกาต่อในหลวง เพื่อขอพระราชทานนายกฯ ที่มาจากคนนอก แทนที่ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง ...

เวลาเปลี่ยน... จายโคนเปลี่ยนงงง ช่างการายยย จายหนอ จายโคนนนน...

11:18 ก่อนเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

11:20 ก่อนเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=boonchit&group=5
อย่าว่าผมเลย...
เหมือนกับคนเคยศรัทธาพระอยู่รูปหนึ่ง ที่สอนผมมาแต่เด็กว่า พระเจ้าไม่มีวันประทานอะไรมาให้ มนุษย์นี่แหละที่ทำได้ทุกอย่าง

แต่พอฝนแล้ง...

ดันจัดพิธีบัดพลีบูชาพระเจ้าให้ฝนตก ...

11:30 ก่อนเที่ยง  
Anonymous Capucchino... กล่าวว่า...

ขออนุญาตค้ดลอกข้อความส่วนหนึ่งในบันทึกของ คุณปณีดา สิกขะมณฑล มาลงไว้ ณ ที่นี้ (หลังจากที่เข้ามาอ่านการวิเคราะห์วิจารณ์ของท่านๆ ทั้งหลาย อยู่หลายวัน)…

« จริงอยู่ที่ว่าความขัดแย้งและการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีเป็นกระบวนการปกติในการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย แต่ดิฉันอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังคัดค้านต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่การชุมนุมในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่สนามหลวงนั้น เป็นการกระทำที่เหมาะสมแก่กาลเวลาและสถานการณ์ที่คน ไทยทุกคนควรมีส่วนร่วมในการร่วมถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แล้วหรือ
ดิฉันไม่ได้เห็นด้วยกันนโยบายหรือการกระทำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในทุกเรื่องของการบริหาร ราชการแผ่นดิน แต่ดิฉันก็ไม่ไปร่วมชุมนุมกับฝ่ายคุณสนธิ เพราะดิฉันคิดว่าในฐานะคนไทยคนหนึ่งอาจแสดงความไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลโดยวิถีทางประชาธิปไตย คือ
1) ลงนามร่วมกับสถาบันที่มีส่วนในการรวบรวมรายชื่อประชาชนห้าหมื่นคนเพื่อซักฟอกคณะฯ นายกรัฐมนตรีตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญ และ/หรือ
2) ไม่เลือกพรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งในครั้งต่อไป »

นอกจากนี้ บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญมาตราสำคัญ (ที่สุด) อีกมาตราหนึ่ง คือ มาตรา ๘ « องค์พระมหากษัตริย์ ทรงดำรงอยู่ในฐานะ อันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดละเมิดมิได้....... »

12:30 หลังเที่ยง  
Blogger Etat de droit กล่าวว่า...

อย่างไรผมก็ยังเห็นว่าเป้าหมายที่ดีก็ต้องมีวิธีการที่ดี จะเน้นเป้าหมายโดยไม่ยึดหนทางไม่ด้

ทักษิณต้องการปราบยาบ้า เป้าหมายดี

แต่ใช้การฆ่าตัดตอน วิธีการไม่ดี

เหมือนกัน

ทักษิณต้องออกไป เป้าหมายดี

แต่จะเอานายกฯนอกกติกา วิธีการไม่ดี

12:55 หลังเที่ยง  
Blogger Etat de droit กล่าวว่า...

ในทางกลับกัน พวกเราวิจารณ์วิษณุ บวรศักดิ์ ว่าเนติบริกร เพราะอะไร

ไม่ใช่เพราะทั้งสองคนนี้ ไปให้ถึงเป้าโดยไม่สนใจวิธีการหรือ เราถึงเรียกว่าเนติบริกร จัดกฎหมายให้ตามที่นายกฯต้องการ

ไม่ได้ว่าใครผิดใครถูกนะครับ ผมแค่คิดว่ามันใช้ชุดความคิดเหมือนกัน

1:12 หลังเที่ยง  
Blogger PKT กล่าวว่า...

ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

1:43 หลังเที่ยง  
Blogger PKT กล่าวว่า...

Machiavelli บอกว่า

"Le fin justifie la moyen."

ก็จริง... เหอะๆ

แต่ทำไรมันก็ต้องมีัศักดิ์ศรีกันบ้าง

โอวมายก๊อด...เชื่อเขาเลย

1:50 หลังเที่ยง  
Blogger PKT กล่าวว่า...

Correction: "LA" fin

1:51 หลังเที่ยง  
Blogger pariNYa กล่าวว่า...

ผมขอเห็นแย้ง
ถกเถียงกันให้เกิดปัญญานะครับ

ตามที่พี่ pol_us กล่าว
“.... คนไทยไม่ได้โง่หลอก ทำไมดูถูกคนไทยกันนั่น การเลือกตั้งใหม่ หากมีการรณรงค์การเลือกตั้งอย่างจริงจัง ฝ่ายค้าน น่าจะได้เสียงเข้ามามากที่จะรวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลได้ หรืออย่างน้อย ก็สูสีแหละ...”

ผมว่าคนไทยโง่ครับ
และถูกหลอกครับ
และจะถูกหลอกครับ

ทำไมถึงโง่?
ผมมองภูมิภาคเรา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คนของเราโง่ด้านการเมือง และความเชื่อทั้งภูมิภาคเลยครับ
ไม่ทราบว่า เพราะ คาร์โบไฮเดรตจากข้าว บวกกลับ อากาศร้อนชื้นหรือไม่

ผมดูถูก แต่ผมไม่เย้ยหยัน
ผมสงสาร ผมเห็นใจคนไทยครับ
ผมในฐานะคนที่โง่น้อยกว่าคนไทยทั่วไปหน่อยหนึ่ง
ผมจึงจะกลับไปช่วยชาติในไม่ช้า

เมื่อฐานความคิดผมต่างกับพี่น้องในที่นี้แล้ว
ที่ผมมองว่า “คนไทยโง่”
ตรรกะ ผมจึงเห็นต่างกันแน่นอน

ทางออกที่ว่า ให้ฝ่ายค้านลงเลือกตั้ง
ผมดันมีฐานความคิดที่ว่า รัฐบาลยุบสภาไม่ชอบธรรม
ตรรกะ ผมเลยเห็นว่า การเลือกตั้งไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง

พี่พลเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ชอบธรรมหรือครับ?
“กระดานเดียว สองหมาก”
ผมเชื่อในตรรกะนี้ ขอพี่น้องลองชิมดูครับ

ทางตันที่ผมอาจจะตื่นตระหนกในกระแสนี้
ผมเลยคิดว่ามันตันจริง ๆ
ผมมันก็ช่างจิตนาการในแง่ร้ายว่า
การกระทำของทุกฝ่าย
จะนำไปสู่การใช้กำลังทหาร
หรือนองเลือด ทางใดทางหนึ่ง

ตามที่พี่บุญชิตฯ ว่า
ศ.ดร. ชัยอนันต์ สมุทวณิช ทำไมเปลี่ยนไป๋?

ถ้าผมได้ยินมาไม่ผิด
แนวคิด “ราชประชาสมาศัย”
ก็นำเสนอต่อ มรว.คึกฤทธิ์ โดยคุณชัยอนันต์ เอง
ผมกลับเชื่อในแนวคิดนี้

หากมองแค่สถานการณ์ การกระทำ
ไม่ดูปัจจัยที่ซ่อนอยู่ในเหตุการณ์
ก็อาจเห็นว่า คุณชัยอนันต์ เปลี่ยนไป๋ ได้ครับ

ผมเคยชื่นชอบคุณทักษิณครับ
มีปรัชญาว่า การพัฒนาประเทศต้องแบบทุนนิยม
เคยดูถูก ศก.พอเพียงว่า สกปรกล้าหลัง
กบในกะลาตัวนั้น ออกมาเป็นกบในกาลามังแล้ว
ตอนนี้สำนึก ว่าเห็นผิดแล้วครับ

หลายคนคงเป็นเช่นนี้

พี่บุญชิตฯ เปรียบครั้งนี้เหมือนเรื่อง
“พระ ดันไปนำคนจัดพิธีขอฝน”
การเปรียบเทียบ อันตรายครับ
คนอ่านไม่คิด จะเชื่อง่าย
ผมเลยต้องหักล้างความคิดด้วยวิธีเปรียบเทียบเช่นกันว่า

“เปรียบเหมือนพ่อ
ปล่อยให้พี่น้องดูแลบ้านกันเอง
วันหนึ่ง พี่น้องทะเลาะกัน
พี่ชายคนโต จะฆ่าน้องชายคนเล็ก
และจะเอาน้องสาวคนรองไปขายเป็นโสเภณีข้างบ้าน
เมื่อพี่ชายคนโตเป็นตำรวจ
และคุมวินมอเตอร์ไซด์หน้าปากซอย
ตราบที่พ่อยังอยู่
ลูกที่ยังดี ๆ ก็ต้องร้องขอให้พ่อก็ต้องช่วยครับ
แม้จะมองว่า ไม่โตซะที ก็ตาม"



คุณ etat de droit
เปรียบชุดความคิดของเนติบริกร
กับคณะบดีธรรมศาสตร์ เป็น “ชุดเดียวกัน”

ผมเห็นต่างครับ

ผมว่า เนติบริการ เล่นกันตามตัวอักษร
หาช่องว่าง ทำลายเจตนารมณ์
เพื่อให้ได้ผลที่ตัวเองต้องการ

แต่อีกฝ่าย เล่นตามเจตนารมณ์กฏหมาย
และพยายามหาตัวอักษรมารองรับ
เพื่อให้ได้ผลตามเจตนารมณ์

ผมเลยคิดว่า เป็นชุดความคิด “คนละชุด” กันครับ

เมื่อผมมีฐานตรรกะ ในความเห็นแย้งแล้ว

ในตรรกะที่ผมมี
สรุปอีกทีคือ
- ยุปสภาไม่ชอบธรรม เลือกตั้งไม่ชอบธรรม
- ทางจะตันแล้ว จะเกิดนองเลือดหรือปฏิวัติ
- ผมเชื่อความคิด “เรายังมีพ่ออยู่”
- มาตราเจ็ดอยู่ในรธน. จึงไม่ฉีก รธน.
- ผมเอาเจตนารมณ์กม. ไม่ใช่เดินตรง ๆ ในตัวอักษร
- ทางออกการเลือกตั้ง ไม่ใช่ทางออก

หากผมมีตรรกะเช่นนี้
ผมเห็นผิดอย่างไร
พี่น้องในนี้ กรุณาชี้แนะด้วย

ย้ำอีกที
คำถามแบบนักออกแบบที่ดีคือ
“เมื่อชี้ให้เห็นปัญหา ต้องแนะนำทางออกด้วย”

อะไรคือคำตอบในใจพวกพี่น้องครับ?

ด้วยความเคารพ

4:40 หลังเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

ผมสามารถตอบคุณปริญญาได้เกือบทุกข้อ แต่...

ผมขอให้คุณแสดงตนนิดหนึ่ง ว่า คุณพร้อมที่จะรับฟังคำตอบจากผมหรือไม่

เพราะผมเหนื่อยพอสมควร กับการอธิบายอะไรในสิ่งที่ผู้รับไม่พร้อมรับ หรือไม่เต็มใจจะรับ

และสิ่งที่ผมต้องการ คือวิธีคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล แลความใจกว้าง ซึ่งประการหลังผมไม่มีวิธีวัด

แต่ผมขอวัดวิธีคิดแบบเป็นเหตุเเป็นผลดังนี้...

...........

กรณีที่คุณบอกว่า คนไทยและคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ "โง่" เพราะกินข้าวบวกอากาศร้อนชื้น

มันเป็นข้อเท็จจริง หรือความรู้สึก

คุณมีหลักฐานใดๆ เชิงวิทยาศาสตร์ สนับสนุนคำกล่าวนี้หรือไม่ (เช่น ประมวลระดับสติปัญญาแล้วคนภูมิภาคนี้สติปัญญาต่ำกว่าภูมิภาคอื่น หรือ ผลของการรับคาโบไฮเดรตมากๆกับอากาศร้อนชื้น ฯลฯ)

หรือคุณมีข้อพิสูจน์ใดๆ ที่สามารถรับฟังได้อย่างมีตรรกะ ในการยืนยันข้อเท็จจริงได้หรือไม่

เพราะผมไม่ขอแลกเปลี่ยนความเห็นกับคนที่ถือ "ความรู้สึก" เหนือข้อเท็จจริงและเหตุผลจนเกินไป เพราะคุยอย่างไรก็ไม่จบ

เหมือนผมเอาส้มสายน้ำผึ้งให้คุณดู บอกว่านี่ส้ม กินได้ คุณบอกรู้สึกจะไม่ใช่ส้ม น่าจะเป็นมะนาว ถึงผมจะแกะให้ดูเห็นๆ ว่ามันเป็นส้ม คุณก็บอกว่าถึงเป็นส้มก็จะเปรี้ยว ไม่กิน คุณก็ไม่กิน

เพราะในที่สุด เขาจะเชื่ออย่างที่เขาอยากเชื่ออยู่ดี ผมเมื่อยนิ้ว...

..........

ถ้าคุณจะบอกว่า คุณสรุปเอาเองจากกรณีศึกษา ผมก็ขออีกนิดว่า

คุณยินดีจะทิ้ง "มายาคติ" แบบสรุปเอาเอง แล้วคุยด้วยเหตุผลกันได้หรือไม่ ?

ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมขอให้คุณอธิบายเรื่องกระดานเดียวสองหมาก

ด้วยเรื่องจริงได้หรือไม่

กรุณายกมาเลย ว่าทักษิณใช้กติกาฝรั่งอย่างไร ต่างจากกติกาเดียวกันกับที่พรรคการเมืองอื่นจะเล่นอย่างไร มันเป็นคนละกติกาอย่างไร

การยกตัวอย่างขอให้ใช้ข้อเท็จจริงมากกว่าวามรู้สึกนะครับ

ถ้าบอกว่า "ผมรู้สึกว่าการเลือกตั้งนี้จะโกง... เพราะทักษิณขี้โกง"

ผมไม่เอาด้วย

อย่างที่บอกครับ ถ้าเอาความรู้สึกมาคุยกัน มันก็ทะเลาะกันอยู่ดี

ผมขอเท่านี้

ขอให้คุณแสดงข้อเท็จจริงและตรรกะคุณ เรื่องคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โง่ และเรื่องกระดานเดียวสองหมากด้วย ขอบคุณครับ

7:09 หลังเที่ยง  
Blogger POL_US: Jurisprudence กล่าวว่า...

การยุบสภา เป็นไปตามกติกาที่ชอบธรรมทุกประการ ... ไม่มีอะไรที่ขัดแย้งกับ แนวคิดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาครับ ไม่มีอะไรไม่ชอบธรรม อาจจะมีบ้าง แต่ก็เป็นไปตามความรู้สึกเท่านั้น

หากจะเห็นว่าไม่ชอบธรรม ... ก็คงจะต้องเปลี่ยนกติกากันใหม่เสียก่อน เช่น จะต้องกำหนดในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญว่า ก่อนยุบสภา นายกฯ จะต้องทำอย่างไร .... แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และเชื่อว่าทั่วโลกที่ ยึดถือระบบรัฐสภา แบบอังกฤษ อย่างไทย ๆ นี่ จะให้อำนาจเด็ดขาดในการยุบสภา เป็นของนายกฯ ทั้งสิ้น ไม่จำเป็นต้องปรึกษา รัฐสภา

ผมยังเชื่อว่า คนไทยไม่โง่หรอก ... คนไทยจะไม่เลือก ทรท. เยอะแยะ คนที่เปลี่ยนใจจากไม่สนใจการเมืองเลย ก็หันมาให้ความสนใจอย่างมากมายเช่นกัน

อย่าดูถูกคนไทยแบบประชาธิปัตย์ และพรรคฝ่ายค้านอื่น ๆ เลย ... หากเขาลงสมัครรับเลือกตั้ง เขามีโอกาสมากทีเดียว ... แต่เขาเลือกที่หักหลังระบบรัฐสภา ที่นายชวนฯ เคยประกาศไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อนว่า "ผมเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา" .. แล้วเล่นเกมส์นอกสภา ..

8:14 หลังเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

เราไม่คิดกันบ้างหรือว่าเอะอะอะไรก็ร้องขอให้ผู้ใหญ่ช่วย

แล้วหากว่าวันหนึ่ง...

ผู้ใหญ่ที่ดีท่านนั้นไม่อยู่แล้ว...

หากว่าผู้ที่มาเป็นผู้ใหญ่ท่านต่อๆ ไปไม่มีบารมี, ปัญญา, และจริยธรรม เท่าเทียมกับผู้ใหญ่ท่านปัจจุบัน

บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร

.......

ทำไมเราต้องสร้างบรรทัดฐานที่เสี่ยงภัยให้แก่ตนเองด้วย

.......

ปกเกล้าฯ ไม่ใช่ปกครอง

9:31 หลังเที่ยง  
Blogger pariNYa กล่าวว่า...

ตอบพี่บุญชิตฯครับ

ผมต้องสำรวจตัวเองเลยครับ
ว่าผมใช้ความรู้สึกในการตอบ หรือเปล่า

ยอมรับครับ ว่ามีจริงๆ ปน ๆ อยู่
ผมจะพยายามไม่เอามาปนในการตอบต่อ ๆ ไปแล้วกันนะครับ
ถ้ามีความรู้สึก จะพิมพ์ไว้ใน วงเล็บแล้วกัน

อ้างถึง คำตอบก่อนหน้านี้ของผมว่า
"...ผมมองภูมิภาคเรา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คนของเราโง่ด้านการเมือง และความเชื่อทั้งภูมิภาคเลยครับ
ไม่ทราบว่า เพราะ คาร์โบไฮเดรตจากข้าว บวกกับ อากาศร้อนชื้นหรือไม่
..."

ผมใช้คำว่า “ไม่ทราบว่า” และ “หรือไม่”
เพราะผมไม่รู้จริง ๆ ครับว่าเพราะอะไร?

แต่จากข่าวสารที่รับทราบมา มันทำให้ผมสรุปไปแนวๆนั้น

โง่ด้านการเมือง:
ฟิลิปปินส์
แม้ว่าเพิ่งครบรอบการไล่มากอส ยี่สิบปี ไปอาทิตย์ก่อน
แล้วต้องมาไล่ อาโรโย่ ในแบบเดิม ๆ
หลังการประกาศภาวะฉุกเฉิน
มีการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่จับกุมและกักตัวผู้ต้องสงสัยได้ โดยไม่ต้องมีการตั้งข้อกล่าวหา
ตำรวจฟิลิปปินส์ได้บุกเข้าไปยังสำนักงานของหนังสือพิมพ์ทรีบูนในช่วงหลังเที่ยงคืน
และโดนได้มีการปิดสำนักงาน และยึดหนังสือพิมพ์
หลังจากนั้น ก็จัดตำรวจเฝ้าหน้าประตูสำนักงาน
ซึ่งหนังสือพิมพ์ดังกล่าว เป็นหนังสือพิมพ์รายวันที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล

เขมร
จากรายงานสหประชาชาติตั้งแต่ปี 90
ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล โดนจับกุม ฟ้องร้องมากมาย
จนกลุ่มเคลื่อนไหวทางสิทธิมนุษยชนกล่าวหาว่า
นายฮุนเซนได้ใช้กฎหมายเป็นเครื่องในการปิดปากฝ่ายค้าน
สิทธิในการชุมนุมโดยสงบถูกขัดขวาง
การเดินขบวนประท้วงเรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิเหนือที่ดินทำกินก็ถูกปราบปราม
"เสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบถูกปิดกั้น ถูกปราบปราม
เช่นเดียวกันกับการนัดหยุดงานและการประท้วงในรูปแบบต่างๆ"
นอกจากนั้นผู้นำด้านพลเรือนที่ลุกขึ้นมานำการประท้วง
เพื่อทวงสิทธิทางการเมืองของประชาชนก็ถูกข่มขู่
หรือ ถูกกลั่นแกล้งทั้งในทางกฎหมาย
และการใช้กำลังประทุษร้าย

พม่า
รัฐบาลทหารคุมอำนาจ
ล้มการเลือกตั้งที่เห็นว่าแพ้
ย้ายเมืองหลวง เพราะความเชื่อด้าน ฮวยจุ้ย

(ไทย
เป็น ฟิลิปปินส์ ครึ่งหนึ่ง เขมร ครึ่งหนึ่งแล้วกันนะครับ)

โง่ด้านความเชื่อ:
เอาง่าย ๆ ตัวอย่างสั้น ๆ เช่น
การนับถือผี ขอหวย ของบ้านเรา
หากมีหมูออกลูกเป็นหมูน้อยหน้าเป็นวัว
ชาวบ้านก็เอาธูปไปไหว้ ตีเป็นเลข
ทั้ง ๆ ที่ ศาสนาพุทธไม่ได้สอนอย่างนั้นสักหน่อย

ผมอธิบายข้อเท็จจริง ทางวิทยาศาสตร์เท่าที่ผมจะทำได้แล้วนะครับ ว่าทำไม ผมถึงว่า ภูมิภาคเรา "โง่" ด้านการเมือง
"โง่"อาจเป็นคำที่แรงไป
ผมขอถอนคำพูดแล้วกันนะครับ
ขออภัยด้วยครับ
เอาเป็นว่า “ไม่ค่อยฉลาด” แล้วกัน
ฉนั้น หากผมรับข้อมูลผิด ๆ
แล้วทำให้คิดไปเองผิด ๆ
หรือหลงในความรู้สึกผิด ๆ
ขอความกรุณาช่วยชี้แนะกันด้วยครับ


อธิบายเรื่อง “กระดานเดียวสองหมาก”
ทราบอยู่แล้วว่า กระดานเดียวคือ กลไกสภาฯ และการเลือกตั้งนะครับ

การเดินเกมแบบหมากรุกฝรั่งที่ นายมวย
เอาที่เห็นชัด ๆ คือ
การใช้กลไกรัฐ บิดบัง คุกคามสื่อ
หลักฐานคือ
- การที่คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย โดนปลดกลางอากาศ
- การดูดเสียงสว.โสภณ ตอนสัมภาษณ์สด
- การปลดรายการบางรายการในฟรีทีวี แบบสองมาตราฐาน
- การอุ้มนักข่าว เอพี ที่ถามไม่เข้าหูคุณทักษิณ
- องค์กรที่ทำงานด้านสื่อระหว่างประเทศ ลดอันดับความมีเสรีภาพทางด้านสื่อมวลชนของเรา

การล้มกระดาน ก็คือ การยุบสภา
ผมฟังข่าวทั้งสองด้านแล้ว ก็เห็นว่า
เหตุผลคุณทักษิณ ในการยุบสภา ฟังไม่ขึ้นครับ

ผมก็ไม่ได้มีความรู้ทางตรง ได้แต่ฟังข่าว
นักวิชาการหลายท่าน ออกมาอธิบายว่า
ควรยุบสภา ก็ต่อเมื่อมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสภา
หรือการที่ฝ่ายบริหาร ลงมติแพ้

คุณทักษิณไม่เช่นนั้น กลับบอกว่า
มีการจ้องล้มรัฐบาล และกลัวว่าเหตุการจะบานปลาย
ความจริงที่ผมรับรู้คือ ไม่ได้มีใครจะล้มรัฐบาล
(หรือประชาธิบปัตย์คิด ผมก็ไม่รู้ แต่พวกนั้นไม่เกี่ยวกับกลุ่มการชุมนุมแน่ ๆ )
กลุ่มผู้ชุมนุมอยากให้ นายกตอบคำถามให้ชัดเจน
ถ้าตอบไม่ได้ ไม่ตอบ ก็ให้ลาออกไป

เหตุผลที่ กลัวเหตุการณ์จะบานปลาย ที่ว่า
ผมก็เห็นว่ามีการชุมนุมอย่างสงบมาสองที
ไม่เห็นจะบานปลาย
(การยุบสภาต่างหาก ที่จะบานปลาย)

เมื่อมีนักวิชาการ มาช่วยกันหาเหตุผลในการยุบสภาจริง ๆ
สรุปกันเป็นเสียงเดียวว่า นี่คือ “การฟอกตัว” ของคุณทักษิณ
ที่น่าเชื่อคือ การทึ่คุณทักษิณออกมากล่าวว่า
“หากเลือกใหม่ แล้วผมได้คะแนนเสียงกลับเข้ามา
ทุกฝ่ายต้องหยุดการเคลื่อนไหวนะ”

การยุบสภา และเลือกตั้งใหม่
ไม่ใช่ทางออกของปัญหาคน ๆ เดียว
(จริงอยู่ว่า ชอบธรรมตามกติกา
แต่ไร้เหตุผลอันชอบธรรม)

เหมือนที่ผมพยายามชี้ประเด็นที่ เนติบริกร
เล่นตีความหมายเป็นตัวอักษร
ไม่ได้ดูเจตนารมณ์หน่ะครับ

มองอีกแง่ ขออนุญาติ ชี้แจง พี่ pol_us ด้วยความเคารพครับ
การที่ฝ่ายค้าน ไม่ส่งผู้สมัคร ก็ชอบธรรมตามกติกา
และไม่ได้เล่นเกม นอกสภา
แต่จะทำให้ประเทศวุ่นวายแน่ ๆ
(อันนี้ก็คงไม่ชอบธรรมด้วยเจตนาครับ)
แต่ผมก็ต้องยอมแพ้ครับ
เพราะผมหาเอาเรื่องผิดกฏหมายมาคิดแย้งไม่ได้สักอย่าง

เมื่อกระดานล้มไปแล้ว
ก็ตั้งหมากใหม่ เป็นแบบเดิม
หมากรุกที่ต่างกันคือ
การใช้นโยบายประชานิยม
ใช้กลไกของรัฐ ที่กลับมาเร่งทำ
เช่นเลือกตั้งที่ผ่านมา
จำได้ใช่ไหมครับ ที่มีการลดราคาทางด่วน ก่อนการเลือกตั้งหนึ่งเดือน
จริงอยู่ ไม่ผิดกฎหมาย แต่นี่ไม่ใช่นโยบายตามความเป็นจริง
ราคาที่ลด ในที่สุดก็ต้องปรับให้เหมือนเดิมหลังเลือกตั้งอยู่ดี
แล้วจะลดทำไม ช่วงสั้น ๆ และก่อนเลือกตั้ง
(ผมหาเหตุผลที่เป็นรูปธรรมไม่ได้ อาจเป็นความรู้สืกส่วนตัว ว่าเขาหวังผลคะแนนเสียง โดยกลไกรัฐ แล้วความรู้สึกว่า คนไทยรู้ไม่เท่าทันเขาหน่ะครับ)

ล่าสุด การปราศัยในนาม หัวหน้าพรรคไทยรักไทยรักษาการนายก
มีการเกณฑ์ผู้คนจากหลากหลายพื้นที่ มาที่สนามหลวง
รถบัส มาหลาย ๆ ร้อยคัน
บางพื้นที่ เช่น จังหวัดราชบุรี และนนทบุรี
มีการอำนวยความสะดวกถึงขนาดใช้รถตำรวจนำ

ตำรวจกลับสกัดกั้นผู้ชุมนุม เมื่อวันที่ สี่ และสิบเอ็ดกุมภา
อันนี้พอเทียบเป็นหมากรุกฝรั่งได้ไหมครับ

(เนื้อหาการปราศัย ที่สัญญาว่าจะให้โน่นให้นี่ เช่น โน้ตบุคเด็กเพื่อนความเท่ห์ ก็เป็นอีกบทพิสูจน์ที่ดี ว่า กกต.ชุดนี้จะเป็นกลางหรือไม่ ต้องดูกัน)

อีกตัวอย่างนึงคือ กรณี กกต. กำหนดวันเลือกตั้งรีบเร่ง
เร่งเสียจนไม่ได้ดู องค์ประชุมที่ต้องมี สามคนกับอีกหนึ่งแขน
ซึ่งก็ไม่รู้จะผิดกฏหมาย การเลือกตั้งจะล้มหรือไม่นะครับ
(แต่ไม่รู้จะรีบเร่งไปทำไมนะครับ ตอนหลังก็มาตะแบง ว่ามีมติภายหลังได้ เมื่อมีองค์ประชุมครบแล้ว)

สามสิบหกวัน และติดวุฒิสภา
จริงอยู่ กม. กำหนดไม่น้อยกว่าหกสิบวัน
กรณีสภาสิ้นอายุยังสี่สิบห้าวัน

กับการที่ กกต.ออกมาบอกในวันแรก ๆ ว่า
การที่ประชาธิปปัตย์ไม่ส่งผู้สมัคร จะผิดกฏหมาย จะต้องยุบพรรค
จะรีบพูดไปทำไมหน่ะครับ
ไม่ได้ดูข้อเท็จจริง แล้วทำไมรีบออกมาพูดแบบนี้
(ผมก็ไม่อยากใช้ความรู้สึกคิดไปอีกว่า กกต.เอาใจรัฐบาลเหลือเกิน)


เมฆดำครึ้ม ลอยต่ำ ลมแรงได้กลิ่นอากาศชื้น ๆ
บางทีผมก็ต้องรู้สึกว่า ฝนมันจะตก
รีบวิ่งกลับบ้านดีกว่า
(ยังไม่ลืมครับว่า การเปรียบเทียบนั้นอันตราย :’)

สิ่งที่ผมถาม ผมแย้ง
ผมทำด้วยความบริสุทธิ์ใจครับ
ไม่หวังกวนเท้าใครจริง ๆ ครับ

ผมมักถามตัวเอง และถามคนอื่นบ่อย ๆ
ว่าผมรับข้อมูลด้านเดียวไปหรือเปล่า?
หากพี่บุญชิตฯ กับพี่พล หรือผู้มีน้ำใจคนอื่น จะช่วยสั่งสอน
หรือแนะนำให้อ่านอะไร
หรือจะลงทุนอธิบายในเรื่องที่ผมใคร่รู้ด้วย
ซึ่งผมยังรอคำตอบเรื่อง มาตราเจ็ด อยู่
จักเป็นพระคุณครับ

ด้วยความเคารพ
(ขออภัยคุณ Etat de droit ด้วยครับ
ที่ใช้กระทู้นี้ เป็นกระดานดำ)

11:07 หลังเที่ยง  
Blogger pariNYa กล่าวว่า...

ผมนับถือ อธิการบดีธรรมศาสตร์ครับ
เขาเสนอทางออก ที่เป็นรูปธรรม 1,2,3,4,5
(และไม่เห็นจะฉีกรธน.ตามความเห็นผม)

แม้ทางออกจะโดนวิจารณ์มากมาย

ผมอ่านในที่นี้ เห็นแต่คนวิจารณ์
ว่าไม่เห็นด้วย
แต่ยังไม่เห็นคำแนะนำที่มันจะเป็นไปได้สักอันนี่สิครับ

ผมเลยอยากทราบคำตอบในใจทุกท่าน
ถ้ามี ช่วยบอกมาเป็น 1,2,3,4,5 กันเลยนะครับ

ด้วยความเคารพครับ

11:24 หลังเที่ยง  
Blogger Crazycloud กล่าวว่า...

ดูว่า ความรู้คุณปริญญาน่าจะจบกฎหมายขั้นดุษฏีบัณฑิตเลยนะเนี่ย

ชื่นชอบ ชื่นชม มากๆ คารวะ

ผมให้ความเห็นไปแล้ว ว่า 313 มันตายแล้ว

ทักษิณมันจะลากตั้ง แบบประชานิยม หลอกลวง

ทักษิณมันจะลากการปฏิรูปการเมือง ลงไปป็นประชานิยม

เท่านี้ยังไม่เพียงพอหรือ ทั้งทางการเมือง และลอว์จิก

313 มันตายแล้ว ไม่เห็นก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ท่านทั้งหลาย

ในหลวงนะครับ ไม่ใช่ลัทธิบูชาเทพ ตื้นเขิน ตื้นเขิน สำหรับพวกไม่เอาราชวงศ์

รัฐธรรมนูญแต่ละประเทศถึงที่สุดมันก็มีรากเหง้าของตน

อเมริกา มันเหมือนฝรั่งเศสหรือเปล่า ไม่มีใครเหมือนกันสักประเทศ

มีแต่พวกยึดติดเท่านั้นแหละ ยึดจนมองไม่เห็น ลอว์จิก ที่จะบรรสานกับประโยชน์สุข

313 313 313 โปรดตรอง เหล่านักปราชญ์

2:43 ก่อนเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

เอาละครับ ผมยินดีตอบแล้ว

เรื่องของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จริงๆมันมีคำอธิบายง่ายๆในตัวของมัน คือเดิมภูมิภาคนี้เราอยู่กันในรูปแบบของการปกครองตัวเองในรูปลักษณ์ของราชอาณาจักรเล็กๆ (กรณีของประเทศกลุ่มแหลมทอง)หรือลักษณะของเผ่าชน (กรณีประเทศเกาะ และพม่า) กันมาตลอด

ต่อมาเมื่อเกิดการรุกรานจากอารยประเทศตะวันตก ทำให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทุกประเทศ กลายเป็นอาณานิคม ยกเว้นไทย ซึ่งประเทศเหล่านี้ อยู่ในสภาพถูกปกครองมาตลอด ไม่ว่าจะโดยฝ่ายปกครองเดิม (กษัตริย์ รายา สุลต่าน ยังดีเปอตวนอากง หรือแม้แต่หัวหน้าเผ่า) พ้นยุคนั้นไปก็ไปสู่ระบบเจ้าอาณานิคม ซึ่งพวกนี้ก็จะเลี้ยงฝ่ายปกครองเดิมๆ และปัญญาชนของประเทศนั้นไว้ เมื่อเจ้าอาณานิคมออกไปแล้ว พวกฝ่ายปกครองเดิม ประกอบปัญญาชนและผู้ถือกำลังทหาร ก็เข้าดำเนินการเสวยประเทศต่อไป นี่คือปัญหาร่วมของทุกประเทศครับ ดังนั้นการปกครองของประเทศเหล่านี้ ประชาชนในประเทศชินต่อการเป็นผู้ถูกปกครองมากกว่าปกครองตัวเอง (ก็แน่ละ ถูกปกครองด้วยคนกลุ่มอำนาจเหนือมากว่าร้อยๆปี) ดังนั้นผู้ที่ปกครองได้ หมายถึงมีอาจปกครอง ก็เล่นเกมอำนาจกันบนประชาชนของแต่ละประเทศ ซึ่งประชาชนก็ถูกเล่นไปเล่นมาอยู่ จนกระทั่งไม่พอใจจึงหันมาเล่นผู้ปกครองกันเสียบ้าง เช่นกรณีของฟิลิปปินส์ หรืออินโด แม้กระทั่งไทย แต่น่าเสียดายว่า การลุกขึ้นมาเล่นผู้ปกครองนั้น จบลงง่ายๆ ด้วยการรอผู้ปกครองใหม่ แล้วก็นั่งรอรับการปกครองไป เพื่อไม่พอใจจะได้ไล่ลงไปอีก

ส่วนเรื่องการนับถือตัวประหลาดต่างๆ อันนี้ผมไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิดปกติ คนอยู่สหรัฐ คุณก็คงได้เห็นว่า มีคนอเมริกาจำนวนมากที่บ้าจานผี หรือสัตว์ประหลาด ภูมิผีปีศาจอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง หรือในฝรั่งเศสนี้ ขนาดอดีตประธานาธิบดีอย่างฟรองซัว มิตเตอรองด์ ก็บ้าหมอดูพอๆกับผู้นำบ้านเรา หรือคนฝรั่งเศสเชื่อโชคลางจนน่าแปลก ทั้งๆที่เป็นแคทอลิก เช่น ซีเรียสมากหากใครทำเกลือหก หรือกางร่มในบ้าน ฯลฯ

ความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาตินั้นเป็นสัญชาติญาณเบื้องต้นของมนุษย์ไม่จำกัดเชื้อชาติและวัฒนธรรมครับ

ประเทศไทยแม้ไม่อยู่ในชะตากรรมเหมือนประเทศเหล่านั้นเสียทีเดียวนัก แต่ก็ใกล้เคียงกัน ในแง่ของการที่เราต้องรีบเป็นประชาธิปไตยเพราะอิทธิพลจากตะวันตก และลักษณะการเล่นเกมอำนาจนี้ก็ไม่ต่างกัน คือสังคมไทยเราเคยชินต่อการถูกปกครองมากเสียจนเรายอมละทิ้งชีวิตตัวเองให้ใครก็ได้ที่มาปกครอง ไม่เฉพาะภาคการเมืองนะครับ และงอมืองอเท้ารอรับการปกครองเรื่อยๆ จนถึงจุดไม่พอใจก็ค่อยไล่กันไป แล้วขอผู้ปกครองใหม่ ไม่ว่าจะจากการเลือกตั้ง (๑๔ ต.ค. ๑๖, พ.ค. ๓๕) จากการปฏิวัติ (๒๓ ก.พ. ๓๔) หรือแหวกแนวที่สุดคือตอนนี้ จาก “พระเจ้าแผ่นดิน” (มี.ค. ๔๙) จะเห็นได้ว่า แนวทางการเรียกร้องของเรา คือการเรียกเอาอำนาจสูงกว่ามาจัดการอำนาจเดิมๆ ที่ตัวเองเบื่อหรือชังไปเสียหมด โดยไม่คิดที่จะแก้ปัญหาที่ยั่งยืนขึ้นเลย

จึงมีนักวิชาการเสียงข้างน้อย (ขอใช้คำนี้นะครับ เพราะรู้สึกว่า ใครที่ไม่เอาทักษิณ แต่ก็ไม่เอากับม๊อบ มันจะเสียงข้างน้อยลงไปทุกทีๆ) เสนอว่า เราควรข้ามให้พ้นประชาธิปไตยแบบสิบสี่ตุลา รายละเอียดอยู่ในบทความของ อ. ธงชัย วินิจกุล แล้ว (ลองหลังไมค์ถามเจ้าของบล็อกหรือผมก็ได้ครับ ถ้าอยากอ่าน)

นี่คือเหตุผลว่า ทำไมผมถึงไม่อยากได้นายกพระราชทาน เพราะเห็นว่า ผมมองว่าบางคนเห็นการลงหรือออกจากโลกการเมืองของทักษิณ เป็น “เป้าหมาย” มากกว่าความต้องการแก้ปัญหา แล้วใช้ “อำนาจสูงกว่า” คืออำนาจพระราชทาน มาเป็นตัวขับไล่ มาเป็นผู้นำแทน และใช้การแก้ “รัฐธรรมนูญ” มาล่อหรือเป็นข้ออ้างสำหรับนักวิชาการหรือปัญญาชนที่ยังตะขิดตะขวงใจ

เด็กคนหนึ่ง ไม่ยอมข้ามสะพานแขวน เราคิดว่า เพราะเป็นเด็กขี้ขลาด เขาจึงไม่ข้ามสะพานแขวน หรือเพราะ เขาไม่ข้ามสะพานแขวน เขาจึงเป็นเด็กขี้ขลาด อันนี้เป็นคำถามชวนคิดนะครับ ดังนั้นถ้าเราคิดว่า คนไทย สังคมไทยไม่พร้อม เราจึงยังไม่สมควรทำ เราก็คงเป็นสังคมที่ “ยังไม่พร้อม” และ “ฉลาดน้อย” จนไม่กล้าข้ามสะพานแขวนกันตลอดกาล แต่ถ้าเราคิดอีกมุมนึงว่า ถ้าไม่ข้ามสะพานแขวนกันเสียที เราก็ยังเป็นเด็กขี้ขลาดฉลาดน้อยกันอยู่แบบนี้ไม่มีทางจบ ดังนั้น เราจึงควรข้ามไปเสียที ... ให้พ้นสภาพนี้

7:00 ก่อนเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

เรื่องกระดานเดียวสองหมาก ผมเห็นด้วยทั้งหมดครับถึงกลโกงของฝ่ายรัฐ แต่กระนั้นเอง ผมก็ยังมองว่า มันเป็นเรื่องธรรมดาของเกมการเลือกตั้ง ที่ฝ่ายรัฐเองจะได้เปรียบอยู่นิดๆ (แค่นิดๆนะครับ จริงๆ) ในยุคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็ใช้กลยุทธประมาณเดียวกันนี้ สมัยนั้นพ่อผมทำงานผู้จัดการ (ตอนนี้ก็ทำนี่หว่า) โดนอำนาจรัฐจากพรรคประชาธิปัตย์กลั่นแกล้งจนขี้เกียจจะเล่า แต่ผมถามนิดหนึ่งเกิด ว่าการเล่นขัดแข้งขัดขาแบบนี้ มันทำให้คุณไม่ได้รับสื่อจากฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลเลย หรือได้รับน้อยลงไหมครับ ผมพูดตรงๆ ว่าผมว่าข้อมูลจากสื่อนั้น มันมากกว่า หรือมากพอๆกับข้อมูลปอปั้นจากฝ่ายรัฐบาลเสียอีก พูดง่ายๆ คือผมว่าการเล่นแบบที่คุณเล่ามา ถ้าเปรียบเทียบ (อันตรายแต่ผมชอบ มันเห็นภาพดี) ก็เหมือนการเล่นดึงเสื้อกันในสนามฟุตบอลนั่นเองครับ

แต่เพราะอย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งมันอาศัยเสียงข้างมาก ผมจึงมองว่า ตราบใดที่มันยังไม่โกงกันถึงขนาดยัดบัตรเลือกตั้งกัน ผมเห็นว่ากติกานี้ยังใช้ได้ เปรียบเทียบ (อีกแล้ว) ก็เหมือนฟุตบอลอีก คือ ฝ่ายโกงน่ะ แม้จะเล่นดึงเสื้อบ้าง เสียบแรงๆ กรรมการมองไม่เห็น กรรมการนกหวีดหวาน แจกใบเหลืองให้ฝ่ายตรงข้ามเก่ง ไปบ้าง แต่ฟุตบอลมันก็ตัดสินด้วยการยิงเข้าประตู เหมือนการเลือกตั้ง ที่มันวัดจากว่าคนเลือกหรือไม่ เลือกใครมากกว่า ซึ่งผมเห็นว่ามันใช้ได้ เพราะการเลือกตั้งครั้งที่แล้วแม้ไทยรักไทยจะกวาดเรียบ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ในพื้นที่ที่แพ้ ก็แพ้แบบไม่ขัดสายตา เช่นบางเขตของกรุงเทพฯ และภาคใต้ ส่วนผู้เล่นของไทยรักไทยที่เล่นตุกติกแรงๆ (เช่นคนที่ใช้วุฒิปลอมแถวๆบ้านผมคนนึง) ก็โดนไปแดงไป

ผมจึงไม่มองว่าเป็นเรื่องสนามเดียวสองกติกา แต่มองว่าเป็นความได้เปรียบในเชิงสนามและกรรมการของเจ้าบ้าน (รัฐบาล) ซึ่งมีเป็นปกติในทุกการเลือกตั้งในประวัติศาสตร์ ในทุกประเทศอยู่แล้ว

สมัยก่อนที่มหาดไทยดูแลการเลือกตั้งก่อนรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ยิ่งโกงกันสนุกกว่าสมัยนี้อีกครับ แต่ฝ่ายค้านก็ยังเอาชนะกันมาได้เสมอ ถ้าแน่จริง

คุณลองหลับตาแล้วนึกตามว่า ข้ออ้างของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น ฟังขึ้นหรือไม่ ในเมื่อตอนนี้กระแสไม่เอานายก (เขาว่า) แรง และเครือข่ายกระจายข่าวไม่เอานายกก็มากขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ายค้านยังจะเสียเปรียบอยู่หรือ ?

เรื่องวันเลือกตั้ง ปกติการยุบสภา วันเลือกตั้งก็จะสั้นๆ ประมาณนี้ สมัยที่ ปชป. ยุบสภาเพราะปัญหา สปก. ซึ่งตอนนั้น สภาก็ยังไม่ลงมตินะครับ แค่พรรคพลังธรรมของท่านมหา บอกว่าอาจไม่ยกมือให้ คุณชวนก็ยุบสภาแล้ว ตอนนั้นก็ราวๆ สี่สิบวันนิดๆ ส่วนในครั้งนี้ ผมได้ยินข่าวมาว่า ที่ต้องจัดให้เลือกตั้งเร็ว เพราะชนกับ สว. ด้วย และเพราะเรามีงานใหญ่ในเดือนมิถุนายน ที่ต้องมีรัฐบาลในช่วงนั้นไว้เตรียมการก่อนสักเดือนด้วย

กระนั้น ฝ่ายรัฐบาลก็แบะท่าแล้วว่า ยินดีให้เลื่อนการเลือกตั้งไปก็ได้ถ้าฝ่ายค้านเห็นว่าการเลือกตั้งเร็วไป ไม่มีเวลาเตรียมตัว กระนั้นฝ่ายค้านก็ยังยึกยัก ... คุณคิดว่าเพราะอะไรกัน

ตอนนี้สังคมเห็นทักษิณเป็นผู้ร้ายไปหมดแล้ว ไม่เห็นเป็นไร แต่อย่าเพิ่งปักใจว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นพระเอกโดนรังแกนะครับ ... มันดรามาติกไป

ก็แค่นักการเมืองที่นิยมเล่นการเมืองตามเกมของตน เกมที่ตนจะได้เปรียบเสมอ เท่านั้นเอง

7:25 ก่อนเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

ส่วนที่คุณมองว่าการเลือกตั้งนี้ไม่ยุติธรรม ตามที่คุณยกมานั้น...

ผมขอให้คุณมองย้อนกลับว่า ถ้างั้น ข้อเสนอหากไม่ยุบสภา คือให้นายกตอบคำถาม หากตอบไม่ได้ให้ลาออกไป มันยุติธรรมไหมครับ กับคนรักนายกทั้งหลาย ?

คนที่คิดว่า คำถามที่ตั้งมา เป็นคำถามหาเรื่อง ซึ่งตอบยังไงก็ตอบให้ไม่ถูกใจ หรือบางคำถามเขาตอบเคลียร์แล้วประมาณหนึ่ง แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินกัน (เช่นเรื่องวัดพระแก้ว หรือเรื่องขายหุ้นทำไมไม่เสียภาษี) คนที่ไม่เอาทักษิณ แต่ไม่รู้จะเอาใคร เลยให้ทักษิณเป็นนายกไว้ให้ด่าๆ ก่อน หรือคนที่เกลียดและกลัวประชาธิปัตย์จะมาครองประเทศ ฯลฯ

และคนที่รักนายกจริงๆด้วยใจอีกส่วนหนึ่ง ที่นายกชอบอ้าง

(ขอวกไปถึงเรื่องม๊อบ ผมไม่ชอบเลยครับ เรื่องการป้ายกันไปป้ายกันมา ม๊อบนายก บอกจัดตั้ง ม๊อบตัวเอง บอกพลังบริสุทธิ์ การกล่าวหาน้ำเน่าแบบนี้มันน่าจะเลิกได้แล้ว ยอมรับไปเลยดีกว่าว่ามันล้วนแต่เกมปลุกระดมมวลชนกันทั้งนั้น ทั้งสองฝ่าย ฝ่ายม๊อบกล่าวหาว่าทักษิณเอาคนมาจากหัวคะแนนและธรรมกาย แต่ฝ่ายม๊อบก็มีมาจากสันติอโศก และกลุ่มพลังของวังน้ำเย็น วังชาละวัน และทางใต้เช่นกัน เหมารถกันมาเช่นกัน กลุ่มพลังจัดต้งบวกคนที่มาด้วยใจ ก็กลายเป็นม๊อบ ไม่มีใครบริสุทธิ์กว่าใครหรอกครับ)

คุณว่า วิธีของคุณยุติธรรมกับคนกลุ่มนี้หรือครับ ?

ในเมื่อคุณบอกคนชังทักษิณทั้งเมือง ทักษิณก็ว่า คนรักเขาทั้งเมือง

อยู่ดีๆ คุณให้นายกฯ ตอบคำถามที่คุณตั้ง ตอบไม่ได้ให้ลาออก ถ้าใครทะลึ่งจัดโจทก์ฟิสิกส์ควอนตัมลงไปสักข้อ ทำไงเนี่ย ?

คุณคิดว่ามิวิธีดีกว่านี้ที่ยุติธรรมต่อคนทั้งสองฝ่ายแล้วหรือ ?

ด้วยเหตุนี้ สำหรับผม ข้ออ้างในการยุบสภาของนายกฯ ยังฟังขึ้น

ในเกมที่ต่างฝ่ายต่างก็อ้างมวลชน งั้นก็หาคำตอบกันด้วยวิถีทางประชาธิปไตยที่เป็นที่ยอมรับในสากลโลกปัจจุบันนี้ดีกว่า...

7:37 ก่อนเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

สุดท้ายสำหรับครึ่งแรก

ขออธิบายเรื่องเจตนารมณ์ของกฎหมายครับ

ไม่มีกฎหมายใดมีเจตนารมณ์ให้ยกเว้นข้อกฎหมายในตัวของมันเอง

การตีความกฎหมาย ต้องตีความให้ใช้บังคับได้ มิใช่ใช้บังคับไม่ได้

อันนี้คือหลักการเบื้องต้นของการตีความกฎหมาย

ดังนั้น เป็นไปไม่ได้ ที่รัฐธรรมนูญจะกำหนดมาตรา ๗ ไว้เพื่องดเว้นการใช้บังคับของรัฐธรรมนูญตัวเอง โดยเฉพาะหลักใหญ่ใจความของการมีนายกรัฐมนตรี ในระบอบประชาธิปไตย

เจตนารมณ์ของกฎหมายและการปกครองระบอบประชาธิปไตยต้องไปทางเดียวกัน คือ ยอมรับอำนาจของประชาชนทั้งหลายให้ถึงที่สุด

ผมว่ากรณีนี้ยังไม่ถึงที่สุดครับ

ฝ่ายค้านไม่ลงก็ช่างเขา

ผมรอดูสัญญาปฏิรูปการเมืองรอบสองของนายก

ซึ่งยอมรับตามตรง สำหรับแนวคิดแบบสภาสนามม้า ว่าผม "ชอบกว่า" แนวทางแบบอภิชนานิยม ของอีกฝ่ายหนึ่ง ที่คงจะใช้โมเดลของ ศ.ดร. อมร จันทรสมบูรณ์ ที่เน้นตั้งผู้เป็นกลางทางการเมืองจากองคมนตรีและบรรดา Elite แต่ไม่พึงฟังเสียงประชาชนที่ยังด้อยกว่า

แนวคิดแบบทักษิณ คนที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ
เป็นไปได้ตั้งแต่

สุริยะใส กตะศิลา
วรัญชัย โชคชนะ
จำลอง ศรีเมือง
มูลฑนต์ ปิตาคุณ
ฯลฯ

แต่แนวทางคนกลางทางการเมือง แบบ ศ.ดร. อมร

ผมเห็นว่า คงมีแต่
พล.อ. ...... (องคมนตรี)
ศ.ดร. ......
มรว. .......
ดร. .......
นาย ....... (นามสกุลเก่าแก่)

ครับ ซึ่งแบบนั้นผมไม่เอาด้วย

ส่วนเรื่องทางออกของปัญหา เดี๋ยวผมมาตอบครับ ตอนเย็นๆ (ของผม)

7:48 ก่อนเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

ส่วนเรื่องนองเลือด

ถ้าไม่หลอนตัวเองเล่น

ผมไม่เห็นสัญญาณใดๆที่จะนองเลือดได้เลย

ในเมื่อฝ่ายรัฐไม่เคยใช้กำลังหรืออาวุธใดๆเลย

การชุมนุมไม่เคยเกิดความรุนแรง

หากจะเกิดก็คือคุมกันเองไม่ได้มากกว่า

แต่นั่นแหละครับ ถ้าฝ่ายรัฐไม่มีอาวุธ เลือดคงไม่นอง นอกจากมีแตกซิบๆบ้าง เพราะเอาหัวไปโขกโต๊ะเล่น

ถ้าไม่มีการยั่วยุกัน

ถ้าไม่มีมือที่สาม

ซึ่งก็หวังว่าคงจะเป็นเช่นนั้น

8:15 ก่อนเที่ยง  
Blogger Etat de droit กล่าวว่า...

ตอบคุณปริญญา

ผมเคยเสนอแนวทางแรกมาแล้ว ไปดูที่บล็อกของผมตอน "ระวัง ถอยหลังเข้าคลอง"

แต่ปรากฏว่า ฝ่ายค้านไม่ลง ทักษิณเล่นลิ้นไปมา ผู้ชุมนุมไม่ถอย

เลยมาถึงทางตันต่อมา จะแก้รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ เพราะไม่มีสภา จะเปลี่ยนใจไม่ยุบ ก็ไม่ได้ เพราะยุบไปแล้ว จะเอาคนนอกมาก็ไม่ได้ รัฐธรรมนูญไม่อนุญาต

ผมเลยเสนอแนวทางใหม่อีก คล้ายๆจาตุรนต์ ฉายแสง

๑. ตรา พ.ร.ฎ.แก้ไข พ.ร.ฎ.ยุบสภา เพื่อเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป ก่อนตรานี้เอาทุกพรรคมาคุยกันเลย ตกลงกันให้ได้จะเลือกตั้งวันไหน

๒. ทุกพรรคตกลงร่วมกันว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

๓. ทุกพรรคลงเลือกตั้ง

รอมชอมด้วยกันทุกฝ่าย ไม่เสียหน้ากันทุกฝ่าย ถอยคนละก้าว อีกสักครั้ง

หากเห็นว่าทักษิณไม่น่าไว้วางใจ ผมก็เห็นว่า คนที่ฟ้าประทาน ก็ไม่น่าไว้วางใจเหมือนกัน

แล้วถ้าทักษิณไม่น่าไว้วางใจ ก็ตามติดต่อไปสิครับ พลังประชาชนตามกัดมันต่อไป แล้วเราจะเข้มแข็งขึ้นจนพัฒนาขึ้นเป็นกลุ่มการเมือง ต่อรองได้มากขึ้น

แนวทางของผมนี้ ต้องเชื่อมั่นก่อนว่า ทุกวิกฤต มีทางออก ทางออกต้องเป็นไปตามระบบ สนับสนุนให้ประชาชนมีอำนาจ ต่อสู้ด้วยตนเอง อย่าพึ่ง "อำนาจพิเศษ" ให้เสียนิสัย

5:50 หลังเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จะทำอะไรก็ได้ แต่อย่าได้ขอรัฐบาลพระราชทานเลย เจ้าประคู้ณณ ...จะให้บ้านเมืองถอยกลับไปถึงไหน

9:27 หลังเที่ยง  
Blogger pariNYa กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ พี่บุญชิตฯ
ที่อุตส่าห์ เสียเวลา และเมื่อยนิ้ว
อธิบาย และต่อยอดความรู้ให้

ขอบคุณคุณ Etat de droit
ที่ทำลิงค์ pdf งานของคุณธงชัย
และการกล้าที่จะเสนอทางออกอย่างเป็นรูปธรรม

จากที่ผมฟังท่านโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติอุตส่าห์ออกมาบ่นแบบไม่กลัวใคร
(ผมเห็นใจตำรวจจริง ๆ ข้างบนก็บีบ ประชาชนก็ต้องเข้าข้าง)
ท่านได้เสนอแนวทางออกคล้าย ๆ ทางแก้ปัญหาของคุณ Etat de droit เลยครับ
แต่มีอีกข้อที่เพิ่มมาคือ
“ขอให้คุณทักษิณ ไม่กลับมาเป็นนายกด้วย”

ผมว่าทางออกนี้ น่าจะเข้าท่า
ถ้าคุณทักษิณจะยอม (อันนี้ยากจริง ๆ)
ตรรกะคงคล้ายๆ กับการที่ข้าราชการโดนกล่าวหา
ก็ต้องโดนพักราชการ
ออกมาจากตำแหน่งที่มีอำนาจ และอาจจะมีส่วนได้เสียกับกระบวนการพิจารณาความผิด
ออกมาเคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อย
เมื่อเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่ผิด
จะกลับมาอย่างสง่างาม ก็ย่อมทำได้

ทุกฝ่ายน่าจะพอใจ
ยกเว้นคุณทักษิณ และพลพรรค จะโดนเช็คบิลแน่ๆ พรรคไทยรักไทยจะแตกสลาย และครอบครัวคงอยู่เมืองไทยยาก

จริงของพี่บุญชิตครับ
หลังจากดูข่าวฝ่ายต่อต้านคุณทักษิณ
ที่เริ่มเปลี่ยนเกมอันร้อนแรงเป็น การมีจุดยืนที่ไม่แตกหัก
ทหาร ตำรวจ ยืนยันในจุดยืน

บนเวทีมีการสัมมนาให้ความรู้กันอย่างจริงจัง
การปราศัยแม้เผ็ดร้อน แต่ข้อมูลก็ไม่ขาดหาย

ผมกลับมาคิดใหม่อีกที
ชาวบ้าน หรือรากหญ้าของเราไม่ได้ไม่ฉลาดครับ
แต่พวกเขาอาจขาดโอกาสในการรับข้อมูลข่าวสาร หรือขาดสารที่มีประโยชน์
หรือขาดการกระตุ้นให้เกิดความกระหายที่จะรับข้อมูลข่าวสาร
แม้รากความไร้สาระมันจะลึก
แต่ก็มีโอกาสจะปลุกพวกเขาเหล่านั้น
“ต้องปลุกด้วยการให้ปัญญา”

นี่อาจเป็นข้อดีที่คุณทักษิณยื้อไว้แบบนี้
ปล่อยให้เลือกตั้งแล้ว ทางตันไปเองเลยก็ได้
นิสิตนักศึกษา ชาวบ้านจะค่อย ๆ ตื่น
และหันมาสนใจเหตุการณ์บ้านเมืองแบบจริง ๆ
(แม้ค่าเลือกตั้งแต่ละครั้ง จะสองพันล้าน)

ถ้าเทียบกับเรื่อง “เด็กข้ามสะพานแขวน” ของพี่บุญชิต
เด็กมันจะโตเอง และจะข้ามเอง (แล้วแต่ว่ามันอยากข้ามหรือเปล่า)
ไม่ต้องให้ใครบังคับ ไม่ต้องมีใครจูง

แต่อย่างว่า สถานการณ์ช่วงนี้ กระพริบตาไม่ได้จริง ๆ
อาทิตย์หน้า
อาจต้องมาคิดกันใหม่

ส่วนเรื่องมาตราเจ็ด
ขอไปอ่าน และหาอะไรใส่หัวหน่อยนะครับ
ถ้ามีอะไรจะมารบกวนถาม อีกนะครับ
(ถ้ายังไม่เบื่อ หรือเกลียดขี้หน้าผมซะก่อน)

ด้วยความเคารพทุกท่าน

5:22 ก่อนเที่ยง  
Blogger Etat de droit กล่าวว่า...

เมื่อคืน ผมมานั่งคิดไปคิดมา ก็แปลกอกแปลกใจอยู่

ผมเกรงว่าเป้าหมายของแนวร่วมโค่นทักษิณที่ว่ากันมาตอนแรกจะให้ลาออก มันจะไม่หยุดแค่นั้น

สังเกตให้ดี แรกๆให้ลาออก พอทักษิณยุบสภา ก็ไม่ยอมจะให้ลาออก ทั้งๆที่ยุบสภาน่าจะดีกว่าลาออกนะ (ในความเห็นผม) เพราะ 1.ตำแหน่งนายกฯก็จบ 2.ลงเลือกตั้ง ทรท ไม่ได้กลับมาเท่าเดิม 3.เปิดพื้นที่ใหม่ ฝ่ายค้านมีโอกาสพูด ภาคประชาชนรณรงค์ได้ 4.วาระปฏิรูปการเมืองรอบสองเกิด 5.หากทักษิณลาออก ไม่ยุบสภา แน่นอน เสียงข้างมากในสภาก็ต้องเอาคนของ ทรท มาเป็นนายกฯแทนอยู่ดี รัฐบาลก็ยังเป็น ทรท ต่อ เสียงก็ท่วมท้น 375 เสียงเหมือนเดิม

ผมสงสัยว่าที่เรียกร้องให้ลาออก มันจะไม่ใช่แค่ให้ทักษิณลาออกน่ะสิ

ตอนนี้ให้ลาออกก็คงไม่พอ จะให้เว้นวรรค

ต่อไปเว้นวรรคอาจไม่พอ เพราะจะหาว่าทักษิณส่งนอมินีมาแทนอีก

ผมว่าเค้าจะเอาถึงขนาดเปลี่ยนขั้วการเมืองกันเลย แล้วที่เรียกลาออกๆ ไม่ใช่แค่ลาออกจากนายกฯ หากต้องการให้ทักษิณลาออกจากการเมืองไทย หรืออาจถึงขนาดลาออกจากประเทศไทยเลยรึเปล่าก็ไม่รู้

7:18 ก่อนเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

ผมขอตอบสั้นๆว่าไม่เห็นด้วยกับกระบวนการให้ทักษิณเว้นวรรค

เพราะเป็นการไม่เป็นธรรมทั้งต่อเขา และคนรักทักษิณ

ผมคิดว่าเราไม่ควรเอาการตัดสินของคนบางกลุ่ม มาตัดสินกันง่ายๆแบบนี้ครับ

ผมเห็นด้วยกับเจ้าของบล๊อก ว่ากระบวนการเรียกร้องมันน่าเคลือบแคลงพอสมควร

ถึงขนาดจะให้ทักษิณถอนยวงจากการเมืองไทย อะไรขนาดนั้น

ผมกลัวเหมือนเจ้าของบล๊อก คือกลัวเรื่องขั้วการเมืองเปลี่ยน โดยไม่รู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นจากนั้นด้วย

ผมคิดว่า เรายังมีแนวทางประชาธิปไตย ที่ต้องยอมรับสิทธิของผู้คนที่ถูกกล่าวหาอยู่

ผมคิดว่าถ้าหลักฐานมี ผมยังเชื่อกระบวนการตุลาการ โดยเฉพาะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นกระบวนการศาลฎีกา จุดเดียวที่อำนาจทักษิณยังไม่แทรกซ้อนเข้าไป

ผลงานของศาลดังกล่าว แม้ไม่มาก แต่เป็นที่ยอมรับเสมอ ได้แก่ คดีจำคุกกรณีทุจริตยา ทั้งนายรักเกียรติ์ และเลขาของเขา

กรณี ป.ป.ช. ขึ้นเงินเดือนตัวเอง

หากกรณีว่าจะให้ทักษิณเว้นวรรคจริง ผมจะยอมรับต่อเมื่อ กรณีเข้าสู่กระบวนการทางศาลแล้วเท่านั้นครับ คือเอาเป็นว่าศาลรับฟ้อง เป็นพอ ถือว่าเป็นกระบวนการคุ้มครองชั่วคราว (ซึ่งตามกฎหมายกำหนดไว้เช่นนั้นอยู่แล้ว) ไม่ต้องรอพิพากษา (เพราะเมื่อพิพากษามาแล้ว ก็ต้องไปเว้นวรรคในคุกอยู่ดี)

ผมนับถือตรรกะของเจ้าของบล๊อกตรงนี้ ว่าเมื่อเราด่าทักษิณ เราก็ไม่ควรใช้กระบวนการเดียวกับทักษิณ

ทักษิณลงโทษคนจำนวนมาก (ทั้งกรณียาบ้า ตากใบ ยุบทีวี) โดยไม่ผ่านศาล

เราก็ไม่ควร "ลงโทษ" ทักษิณโดยไม่ผ่านศาลเช่นกัน

สำหรับเชิงการเมือง ผมยังยืนยันว่า
ตอนนี้ไม่มีวิธี "วัด" ความชอบชังของประชาชนวิธีใดที่ "แย่น้อยกว่า" การเลือกตั้ง

ผมว่าควรใช้วิธีนั้น

เชื่อเถอะครับ ถ้า ป.ช.ป. กล้าลงนะ ผมว่า ท.ร.ท. ชนะแค่ปริ่มๆ

ดีได้ตรวจสอบกันไปอีก

อย่าเพิ่งมองโลกในแง่ร้ายเกินไปครับ อย่างน้อยารเลือกตั้งส่วนใหญ่ที่ผ่านมา ก็ไม่ค่อยมีอะไรขัดสายตาประชาชนเกินไปนักนะ

11:17 ก่อนเที่ยง  
Blogger ปิ่นโต กล่าวว่า...

เมื่อบ้านเมืองประสบกับปัญหา ผมรู้สึกเสียใจที่คนไทยส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในสภาพของปัญหาที่เกิดขึ้นและกระบวนการในการแก้ไขปัญหา อันเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะทำให้ความขัดแย้งในสังคมไม่มากมายและบานปลายถึงขนาดนี้ แต่สิ่งที่น่าเสียใจที่สุดคือคนที่มีความรู้ความสามารถในการร่วมคิดแก้ไขปัญหากลับมีปัญญาทึบด้วยโลภะ โทษะ โมหะ การยึดติดกับอำนาจและความรู้สึกสูญเสียและไม่มั่นคงทั้งทางการเมืองและตำแหน่งหน้าที่ของตน และกลัวเกินไปกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น พระบรมราโชวาทจึงเป็นเสมือนแสงสว่างประเทืองปัญญาให้กับทุกฝ่ายให้เห็นแก่ประโยชน์สุขของบ้านเมืองเป็นสำคัญ ให้เลิกมั่ว เลิกตะแบง และมีนัยยะสำคัญให้ตุลาการวินิจฉัย นั่นเท่ากับเป็นการบอกกล่าวให้ทุกฝ่ายทางการเมืองเงียบและรอการปฎิบัติตามคำวินิจฉัย เพราะคนไทยยังไม่พร้อมทางความคิดและความรู้ด้านการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างถูกต้องแท้จริง จึงจำเป็นต้องประคองไปก่อน อย่าอ้างกฎหมายหรืออำนาจประชาชนโดยเสียงข้างมากในขณะนี้ คนที่พอจะมีความรู้ก็ควรช่วยถ่ายทอดความรู้ คนที่ไม่รู้อย่าเสนอแนะความไม่รู้หรือความรู้ที่ไม่ถูกต่อคนอื่น หรือไม่สร้างประโยชน์ต่อการพัฒนาในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข อดีตก็คือสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ก็อย่าไปใส่ใจกันนัก ปัจจุบันและอนาคตต่างหากที่ควรใส่ใจ การเพาะปลูกเมล็ดประชาธิปไตยในหัวใจคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าทิศทางเริ่มถูกต้องและมั่นคงแล้ว ปัญหาอื่นๆไม่ว่าจะมาจากคนหน้ากลมหรือเหลี่ยมก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรหรอกครับ

5:21 ก่อนเที่ยง  
Blogger sexy กล่าวว่า...

情趣用品,情趣用品,情趣用品,情趣用品,情趣用品,情趣用品,情趣,情趣,情趣,情趣,情趣,情趣,情趣用品,情趣用品,情趣,情趣,A片,A片,情色,A片,A片,情色,A片,A片,情趣用品,A片,情趣用品,A片,情趣用品,a片,情趣用品,A片,A片

A片,A片,AV女優,色情,成人,做愛,情色,AIO,視訊聊天室,SEX,聊天室,自拍,AV,情色,成人,情色,aio,sex,成人,情色

免費A片,美女視訊,情色交友,免費AV,色情網站,辣妹視訊,美女交友,色情影片,成人影片,成人網站,H漫,18成人,成人圖片,成人漫畫,情色網,日本A片,免費A片下載,性愛

情色文學,色情A片,A片下載,色情遊戲,色情影片,色情聊天室,情色電影,免費視訊,免費視訊聊天,免費視訊聊天室,一葉情貼圖片區,情色視訊,免費成人影片,視訊交友,視訊聊天,言情小說,愛情小說,AV片,A漫,AVDVD,情色論壇,視訊美女,AV成人網,成人交友,成人電影,成人貼圖,成人小說,成人文章,成人圖片區,成人遊戲,愛情公寓,情色貼圖,色情小說,情色小說,成人論壇


情色貼圖,色情聊天室,情色視訊,情色文學,色情小說,情色小說,臺灣情色網,色情,情色電影,色情遊戲,嘟嘟情人色網,麗的色遊戲,情色論壇,色情網站,一葉情貼圖片區,做愛,性愛,美女視訊,辣妹視訊,視訊聊天室,視訊交友網,免費視訊聊天,美女交友,做愛影片

A片,A片,A片下載,做愛,成人電影,.18成人,日本A片,情色小說,情色電影,成人影城,自拍,情色論壇,成人論壇,情色貼圖,情色,免費A片,成人,成人網站,成人圖片,AV女優,成人光碟,色情,色情影片,免費A片下載,SEX,AV,色情網站,本土自拍,性愛,成人影片,情色文學,成人文章,成人圖片區,成人貼圖

8:14 ก่อนเที่ยง  

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก