วันพฤหัสบดี, มีนาคม 23, 2549

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ "นายกฯพระราชทาน"?

แว่วๆมาว่า หลังพ้นเส้นตาย ๔๘ ชั่วโมงคืนนี้ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ "นายกฯพระราชทาน" เอ้ย... ไม่ใช่ๆ เพื่อประชาธิปไตย จะประกาศจุดยืนตนเองอย่างเป็นทางการแล้วว่า จะเอานายกฯพระราชทาน

เขาว่ากันว่า เส้นตาย ๔๘ ชั่วโมงที่ยื่นให้ทักษิณ แต่เอาเข้าจริงกลุ่มพันธมิตรฯเองนั่นแหละจะใช้เวลานี้ไปตกลงกันให้ได้เสียทีว่าจะเอาอย่างไรต่อ เพราะ วันเลือกตั้งก็ใกล้เข้ามา มุขปลุกมวลชนก็เริ่มหมด คนเริ่มบ่นมากขึ้น กระแสนายกฯพระราชทานมาตรา ๗ ก็แรงขึ่นๆ

ก็ดีเหมือนกันครับ จะได้ชัดเจนกันไปเลย

ไมใช่พิภพ สุริยะใส บอกไม่เอานายกฯพระราชทาน แต่สนธิ จำลอง วุฒิพงษ์ ฯลฯ ประกาศปาวๆกลางเวทีว่าเอาแน่ๆ สื่อสัมภาษณ์สุริยะใสว่ากลุ่มจะเอาย่างไร ก็ลื่นไหลไปเรื่อย ไม่กล้าฟันธง

ผมหวังว่ากลุ่มพันธมิตรคงตกลงกันให้ชัดเจนว่าจะเอาย่างไรต่อไป จะให้ทักษิณลาออก? จะให้เว้นวรรค? จะเอานายกฯพระราชทาน? จะให้ไทยรักไทยส่งคนอื่นลงแทน? จะให้เลื่อนวันเลือกตั้งแล้วให้ฝ่ายค้านกลับมาลงสมัคร? จะให้ทักษิณเลิกเล่นการเมืองถาวร? จะเนรเทศทักษิณ? จะยึดทรัพย์ทักษิณ? ฯลฯ

ว่ามาให้ชัด เพราะเห็นบนเวทีนี่พูดไปเรื่อย มีทุกแนวทาง สงสัยกลอนพาไป หรือเอาเสียงเฮ ปลุกระดมคนฟังก็ไม่รู้

บางคนจะเอาให้ตาย บางคนขอนิ่มๆให้ออกไปก็พอ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่ให้การอภิปรายเป็นไปในทางเดียวกัน น่าสงสัยว่าคงคุมคนอภิปรายไม่อยู่ แต่ละคนก็ใช่ย่อยเสียที่ไหน

เอาเข้าจริงกลุ่มพันธมิตรคงต้องการแนวร่วมไว้มากๆก่อน "ร่วม" ในที่นี้ หมายถึง ร่วมกันเอาทักษิณออก ส่วนอย่างไรต่อไป ไม่เคยตกลงกันได้ชัดเจน (หรือรู้ว่าตกลงกันไม่ได้อยู่แล้วหว่า เพราะที่มาแตกต่างกันยิ่งกว่าแม่น้ำร้อยสาย)

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้ากลุ่มพันธมิตรฯจะเอาแนวทางนายกฯพระราชทานจริง พิภพ ธงไชย ผู้ประกาศชัดเจนว่าไม่เอานายกฯพระราชทาน (ลองไปอ่านตามสื่อได้ หรือไม่ก็ในบทสัมภาษณ์ลงโอเพ่นออนไลน์) สุริยะใส กตะศิลา ซึ่งพูดออกสื่อหลายครั้งว่าเขาไม่เอานายกฯพระราชทาน สนนท.ภายใต้การนำของกชวรรณ ชัยบุตร ซึ่งประกาศชัดเจนเช่นกันว่าไม่เอานายกฯแต่งตั้ง ตลอดจนคนอื่นๆที่เข้าไปร่วมขบวนแต่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว

ทั้งหมดนี้ ควรถอนตัวออกมารณรงค์ตามวิถีทางของตนเองดีกว่า

เพราะ แนวทางนายกฯพระราชทานถือเป็นแนวทางพื้นฐานที่จะตอบคำถามว่าถ้าทักษิณไปจะทำอย่างไรต่อ เมื่อมันไปขัดกับเจตจำนงของเขาเหล่านี้แล้ว ผมเห็นว่าการถอนตัวออกมาน่าจะเป็นการแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วย จะดันทุรังอยู่ต่อไปให้ละอายแก่ใจตนเองได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม การเข้าไปร่วมขบวนครั้งนี้ของกลุ่มพิภพและสุริยะใส อย่างน้อยก็มีข้อดีอยู่บ้างที่ไปช่วยถ่วงดุล "ความบ้าพลัง" ของสนธิ จำลอง มนูญกฤต เอกยุทธ ลองคิดดูว่าถ้าไม่เข้าไปร่วม สงสัยการชุมนุมแบบสงบคงไปได้ไม่กี่วันแล้วหันมาเล่นบทเพื่อเป้าหมายไม่เลือกวิธีการเป็นแน่

บางคนอาจสงสัยว่าผมเป็นอะไรกันนักกันหนากับเรื่องนายกฯพระราชทาน ทำไมต้องยึดติดอะไรอย่างนั้น บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ ทำไมไม่ยอมรี่ตาสักข้างหนึ่งบ้าง

ความข้อนี้ ผมขออธิบายจุดยืนของผมด้วยบทความของธงชัย วินิจจะกูล ในประชาไทย ล่าสุด คงจะให้คำตอบที่ชัดเจนhttp://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=3095&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

ผมกำลังเขียนบทความตอนใหม่ เรื่องมาตรา ๗ เหมือนเดิม เป็นการขยายความเพิ่มเติม หลังจากอ่านบทความของนักรัฐศาสตร์ที่เป็นแกนนำถวายฎีกาอย่างชัยอนันต์ ปราโมทย์ และธีรภัทร รวมถึงแถลงการณ์ของสภาทนายความแล้ว ก็คิดว่าต้องเขียนชี้แจงกันอีกรอบ

โปรดรอติดตามชม

5 ความคิดเห็น:

Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

จุดยืนของผม ที่ไม่ขอเอานายกพระราชทาน

คือ "หลักการ" ในการขอพระราชทานนายก คือเอาคนที่มีความเป็นกลาง มาควบคุมการเลือกตั้ง และปฏิรูปการเมือง

แต่ผมไม่มั่นใจว่า เราจะหาคนเป็นกลางได้จากวิธีนั้น

ผมไม่เชื่อว่า คนรวยไม่โกง...

แต่ผมก็ไม่เชื่อเช่นกันว่า
คนจงรักภักดี คนในใกล้ชิด ไม่โกง ไม่อยากมีอำนาจ หรือไม่อยากแสวงหาอำนาจ

มนุษย์มีกิเลสกันทุกคน ในเมื่อเทคโนโลยีของเรา ยังไม่มีเครื่องวัดความดีเลวซื่อสัตย์

(อันที่จริง กระทั่งเทคโนโลยีทางปรัชญาก็ยังตอบยากว่า "ดี" "เลว" เป็นอย่างไร มีคุณสมบัติใด ดังนั้นความดีความเลวตอนนี้จึงเป็นความดีเลวสัมพัธในแต่ละบริบทมากกว่า)

ผมยินดีให้นายกฯ เป็น "มนุษย์" ที่ "ประชาชน" เลือกมา แล้วประชาชนเป็นผู้จับตาดูและตรวจสอบ

และการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด

ผมคิดว่า นายกพระราชทาน กับทักษิณ เป็นการลงทุนที่ยอมรับไม่ได้ครับ

7:02 ก่อนเที่ยง  
Anonymous grappa กล่าวว่า...

เข้าไปอ่านบทความอาจารย์ธงชัย แล้วก็ชอบมาก
ไปๆ มาๆ เกือบจะเห็นด้วยกับพี่ธงว่า ให้รัฐบาลที่ง่อยเปลี้ยของทักษิณ อยู่ต่อ ยังดีกว่าการมีนายกหรือรัฐบาลพระราชทาน

ได้ดู ดร.วรเจตน์ จากรายการถึงลูกถึงคน(พอสนธิเสนอขอนายกพระราชทาน คืนวันที่23 ถึงลูกถึงคนก็รับช่วง เรื่องการตีความมาตราเจ็ด )
วรเจตน์ พูดประเด็นเดียวกับที่แกพูดไว้แล้ว ในไทยโพสท์ คมคายมาก คมคายจริงๆ

8:15 หลังเที่ยง  
Anonymous New web กล่าวว่า...

สุดท้ายกลุ่มพันธมิตรก็หาข้อสรุปให้กับตัวเองไม่ได้ น่าเสียดายที่ผู้มีวิชาการหลายคนดันตกหลุมของสนธิที่ขุดไว้ อ่านบทความของอาจารย์ธงชัยแล้วเหมือนกัน เห็นด้วยกับอาจารย์ธงชัยเช่นเดียวกัน บางทีความเห็นที่ต่างกันในกลุ่มพันธมิตรอาจไม่ได้ทำให้กลุ่มย่อยยับไปหรอก แต่การดึงดันประท้วงร่วมกันทั้งที่ความเห็นแตกต่างนี่แหละจะทำให้กลุ่มย่อยยับและแพ้ภัยตัวเองไปก็ได้ หวังไว้ว่านักวิชาการที่อยู่ในกลุ่มพันธมิตร แต่คัดค้านเรื่องนายกพระราชทาน จะแสดงจุดยืนของตัวเองเสียที ไม่ใช่หลับหูหลับตา ตามสนธิกับพวกไปเรื่อยๆ

10:35 ก่อนเที่ยง  
Blogger Soulseeker กล่าวว่า...

ผมขออนุโมทนาแก่แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

และไปร่วมชุมนุม(แน่นอน)ด้วยจิตใจที่ปวดร้าว

พลังประชาชนโดยบริสุทธิ์ยังไม่มีในบ้านนี้เมืองนี้

คงมีแต่แกนนำที่มัฆวาน กับแกนนำจตุจักร

ตนจำพวกนี้กระมังที่เราประชาชนตาดำๆต้องคาดหวังอย่างโหยหาอ่อนแรง

ให้เขาพาสังคมเราไป

เพราะเราไม่เลือกที่จะกำหนดชะตาชีวิตของเราในเชิงคุณภาพที่ปราศจากอารมณ์และคลุ้มคลั่งเป้าหมายเกินไป

แด่ประเทศไทย ในวันที่25มีนาคม

11:49 ก่อนเที่ยง  
Blogger bact' กล่าวว่า...

เอ๋ โพสต์ล่าสุดหายไปรึเปล่าครับ ?

12:26 หลังเที่ยง  

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก