วันเสาร์, เมษายน 15, 2549

ดอกไผ่บาน

ฟังเพลงได้ที่นี่ (คลิกไปที่เพลง ดอกไผ่บาน ลำดับที่ Cms00256)
http://www.carabao.net/MusicStation/

ชายในฝัน เงาในน้ำ เหมือนเมฆลอยอยู่ในอากาศ
ดุจความรักที่ไม่เอื้อมอาจ แหวกสายธารไปใกล้ชิดเงา
เมฆบนฟ้าคอยตั้งเค้า เปลี่ยนรูปเงาไม่ยอมหยุดนิ่ง
ใจของคนไหวกว่าทุกสิ่ง เปรียบปอยเมฆผกผันเพียงชั่วยาม

ค่ำบางคืนไม่กล้าเมา แต่คืนนี้เราไม่เมาไม่ได้
เพราะความรักที่พลัดพรากไป ยากเกินใจจะตัดได้ลง
คงเป็นเพราะสวรรค์ไม่ส่ง นรกไม่สร้างรักจึงจางร้างใจ
เหลือแต่ตัวบาดรักท่วมกาย หล่นจมลงในสายธารที่สิ้นหวัง

* กิ่งไผ่ไหวเอน พัดเบนตามกระแสลม
ในราตรีที่ขื่นขม โต้สายลมเพียงลำพัง
น้ำค้างพร่างพรู คล้ายหยั่งรู้ความอ้างว้าง
ของราตรีที่เปราะบาง หยาดน้ำค้างต่างน้ำตา

ดอกไผ่บานพยานแห่งรัก บานเพื่อลาจาก เจ้าจงปล่อยวาง
ความเข้มแข็งจะคอยเข้าข้าง ความอ่อนแอจะต้องแพ้พ่าย

ดอกไผ่งามเบิกบานในใจ ยังเฝ้าเก็บไว้เพื่อใครคนนั้น
นานเท่าใดก็ไม่สำคัญ จะคอยเติมฝันถึงวันที่ดอกไผ่บาน

*

นานเท่าใดก็ไม่สำคัญ จะคอยเติมฝันถึงวันที่ดอกไผ่บาน

...........

เพลงดอกไผ่บาน แอ๊ด ยืนยง โอภากุลแต่งขึ้น ณ ร้านโอลด์เล้ง (ไม่ต้องเดา คงต้องกรึ่มได้ที่ในขณะแต่งเพลง)

แอ๊ดบอกว่า "ธรรมดาต้นไผ่ถ้าออกดอก ต้นมันจะตาย เปรียบเหมือนความรัก ที่เฝ้ารอ รอด้วยความซื่อสัตย์ โดยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ความรักจะมา"

เพลงนี้อยู่ในอัลบั้มเฉพาะกิจ "หนุ่มบาว-สาวปาน"

สารภาพว่าแรกๆตอนออกมา ผมไม่สนใจเท่าไรนัก เพราะคิดว่าน้าแอ๊ดและพวกคงหามุขใหม่ ให้ขายแผ่นได้ เลยมาร่วมกะปาน ธนพร ของค่ายเฮียฮ้อ

แต่ลองมาย้อนๆฟังดู

ผมว่าเพลงชุดนี้ไม่เลวทีเดียว

เอาเข้าจริง ถ้าเราเลิกยึดติดแนวเพลงเดิมๆของคาราบาวที่มีเนื้อหาเสียดสีการเมือง สะท้อนสังคม ดนตรีแน่น เนื้อหาดี หรือ ถ้าเราหรี่ตาไม่มองพฤติกรรมของแอ๊ดในระยะหลังทั้งเรื่องสุรา นารี และบาวแดงแล้ว

ผมว่าเพลงของแอ๊ดและพรรคพวกในยุคหลังๆ (ขอเรียกว่ายุค "นายทุนบาวแดง" ละกัน) น่าฟังมาก

ตั้งแต่ชุดก่อนที่เอาเพลงที่ทิวา สาระจูฑะเขียนขึ้นมาร้อง

จนมาชุดหนุ่มบาว สาวปาน

ต่อด้วย แมงฟอร์ซวัน และล่าสุด ตะวันตกดิน

เนื้อหาและดนตรีเป็นไปตามวัยของแอ๊ดจริงๆ ไม่คึกคักโครมครามเท่าเมื่อก่อน

อย่างเพลง "ดอกไผ่บาน" เพลงนี้ ฟังแล้วจะรู้ว่า แอ๊ดแต่งเพลงรักได้ดีจริงๆ

เพลงนี้ได้รางวัลสีสันอวอร์ดประจำปีนี้ด้วย แต่ไม่รู้สาขาอะไร จำไม่ได้

หลายคนพูดกับผมว่า ยังฟังแอ๊ด บาวแดงอีกหรือ มันน่ะไร้ซึ่งอุดมการณ์ เป็นศิลปินเพื่อชีวติ แต่เพื่อชีวิตตนเอง

ผมตอบคนเหล่านั้นไปว่า ผมไม่เคยสนใจเลยว่าแอ๊ดและพวกจะไป กิน ขี้ ปี้ นอน กะใครที่ไหน จะขับฮาร์เล่ย์ จะกระดกไวน์แพงๆ ก็ช่างประไร แต่ผมสนใจเพลงของพวกเขามากกว่า ต้องไม่ลืมว่าแอ๊ดและพวกเป็นนักดนตรี หน้าที่สำคัญ คือ แต่งเพลงและขับกล่อมเพลงให้เราฟัง หาใช่นักบวชผู้ทรงศีลแต่ประการใด

ลองสนใจที่เนื้อหา ที่ดนตรี ที่เสียงร้อง โดยไม่มองตัวแอ๊ด คาราบาว ดู แล้วคุณจะรู้ว่าแอ๊ดเป็น "ศิลปิน" จริงๆ

2 ความคิดเห็น:

Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

อัลบั้มนี้มีเพลงดีๆอีกเยอะครับ และที่ตลก คือ การแบ่งงานกันทำแบบแหวกแนว คือ ทีมของปาน (ทีม R.S.) จะแต่งเพลงแนวบาวๆ เช่น หนุ่มบาวสาวปาน บัวผัน (ถึกควายทุยภาคพิสดาร) แต่พี่แอ๊ดจะไปแต่งเพลงรักช้าๆ เช่น ดอกไผ่บาน และ สุมไฟรัก มนต์รักผีเสื้อแทน

ผมว่าเพลงชุดนี้กลับได้อารมณ์คาราบาวๆ แบบเดิมๆกลับมาเยอะนะ

ทีมอาร์เอสที่มาแต่ง แฟนพันธุ์แท้คาราบาวจริงๆ กลิ่นดนตรี รสคำร้อง นี่ใช่เลย

ชอบครับ เจ๋งทั้งอัลบั้มเลย

9:51 ก่อนเที่ยง  
Anonymous โอเลี้ยงกับข้าวผัด กล่าวว่า...

ได้ฟังคาราบาวชุดนี้ด้วยความบังเอิญ(แปลกนะปกติเค้าฟังกันด้วย "หู" และรับรู้ด้วย "ใจ" แต่ไหงกลับมาฟังด้วยความบังเอิญซะนี่ ฮ่าๆ) ตอนไปเดินหาซีดีหนังและซีดีเพลงที่ร้านในห้างแห่งหนึ่ง

แอบชื่นชมกลยุทธการตลาดที่จัดให้พี่แอ๊ดหรือจะน้าแอ๊ดก็ตามทีมาร้องเพลงคู่กับปาน ธนพร เป็นหนุ่มบาวสาวปาน

เพลงที่ได้ฟังเป็นเพลงแรกในชุดนี้ชื่ออะไรจำไม่ได้ แต่จำได้ว่าร้องออกแนวว่า สถานการณ์ชายแดนใต้ไม่สงบ เลยต้องมาขับมอไซด์รับจ้างอยู่ในกอทอมอ จำได้ว่าว่าฟังจนจบเพลงแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ ถึงความช่างแต่งและช่างจัดเข้ากับสถานการณ์ของศิลปิน

อีกเพลงที่ชอบมาก คือ เพลงบัวผัน บัวผันเป็นภรรยาบัวลอยยยย แล้วก็เพลงอะไรก็ไม่รู้ที่ร้องว่า เสียตัวอย่าเสียใจน่ะ

ฟังแล้วก็รู้สึกว่าหากคาราบาวจะร้องเพลง"เพื่อชีวิต" มาตลอดก็ตาม แต่ชุดนี้น่าจะเป็นการสะท้อนสังคมไทยในยุคปีสองพันหกที่ดีในระดับหนึ่ง

ฟังแล้วก็อมยิ้มพอๆกับ กระถางดอกไม้ให้คุณ บัวลอย เมดอินไทยแลนด์ เลยแหละ

12:30 ก่อนเที่ยง  

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก