วันศุกร์, พฤศจิกายน 17, 2549

ศิโรตม์วิจารณ์ธีรยุทธ

ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ผลิตบทความชิ้นใหม่ "ประชาธิปไตยไม่เท่ากับ...ความเป็นไทย+ตุลาการภิวัตน์+อำมาตยาภิวัฒน์"

โดนใจหลายๆคนมาก

ขอยกตัวอย่าง

"การเลือกตั้งจึงไม่ได้เป็นเพียง “ประชาธิปไตยโดยรูปแบบ” ที่ปราศจากแก่นสารอย่างที่ธีรยุทธว่าไว้ แต่การเลือกตั้งคือ “รูปแบบ” ที่เป็นบรรทัดฐานขั้นต่ำในการได้มาซึ่งประชาธิปไตยในระดับที่สูงกว่านั้น ถึงขั้นที่หากไม่มีการเลือกตั้ง ก็ไม่มีโอกาสที่ประชาชนจะแสดงเจตจำนงการเมืองอย่างเสรี (self-determinacy) และไม่มีทางที่จะมีประชาธิปไตย"

"ควรระบุด้วยว่าเพราะธีรยุทธคิดว่าแก่นสารของประชาธิปไตยอยู่ที่การได้มาซึ่งผู้ปกครองที่ดี ผู้ปกครองที่ดีจึงเป็นผู้ทรงสิทธิทางการเมืองสูงสุด ทำให้ชนชั้นนำมีอัตวินิจฉัยและทรงไว้ซึ่งสิทธิในการแทรกแซงและกำกับวาระทางการเมืองของสังคมอย่างไรก็ได้ ส่วนประชาชนนั้นก็ต้องปรับความเข้าใจเสียใหม่ว่าประชาธิปไตยหมายถึงการร่วมมือกับผู้ปกครองผู้ทรงศีลธรรม"

"คำถามคือสังคมไทยไปร่วมกันหาทางออกโดยสร้างประชาธิปไตยครึ่งใบตอนไหน? มีใครและคนกลุ่มไหนบ้างที่มีโอกาสร่วมหารือกันในประเด็นนี้? ระบบการเมืองนี้มีผลต่อการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างไร? เป็นไปได้หรือไม่ที่ทหารสร้างประชาธิปไตยครึ่งใบเพื่อจะเข้ามาแทรกแซงการเมือง? ประชาธิปไตยครึ่งใบสัมพันธ์อย่างไรกับสภาพที่ทหารเข้าไปดำรงตำแหน่งกรรมการรัฐวิสาหกิจอย่างกว้างขวางในช่วงเวลาเดียวกัน?"

"ธีรยุทธพูดถึงการเมืองที่ยึด “ลักษณะเฉพาะตามประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไทย” แต่ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไทยฉบับธีรยุทธมีกองทัพเป็นศูนย์กลางของความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทั้งหมด ประวัติศาสตร์เล่มนี้เขียนว่าพรรคการเมืองและรัฐสภาเป็น “ผู้ร้าย” ที่ทำให้ประชาธิปไตยเต็มใบเกิดขึ้นไม่ได้ ถึงขั้นที่แม้กองทัพจะยินยอมให้มีนายกฯ จากการเลือกตั้งในปี 2531 พฤติกรรมของพรรคการเมืองและรัฐสภาก็ไม่ดีขึ้น จนกองทัพไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องรัฐประหารซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดไป

แต่จริงหรือที่การรัฐประหารทุกครั้งเกิดขึ้นเพราะความเลวทรามของพรรคการเมือง ?"


"ขณะที่ธีรยุทธเขียนแนวทางการเมืองที่ยึด “ลักษณะเฉพาะตามประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไทย” โดยผูกพรรคการเมืองไว้กับกลุ่มทุนและกลุ่มอุปถัมภ์ท้องถิ่นอย่างแน่นแฟ้น ในอีกด้าน ธีรยุทธกลับสร้างภาพให้ชนชั้นนำกลุ่มต่างๆ ปลอดจากการแสวงหาอำนาจทางการเมืองและส่วนเกินทางเศรษฐกิจ ชนชั้นนำใน “ลักษณะเฉพาะตามประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไทย” จึงเป็นชนชั้นนำที่มีสถานภาพใกล้เคียงกับอริยะชนผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน ไม่มีผลประโยชน์ทางโลก แตกต่างจากพรรคการเมืองที่ละโมบและเป็นหุ่นเชิดของกลุ่มอิทธิพลที่ชั่วร้ายตลอดเวลา "

"ในทางทฤษฎีการเมืองแล้ว การเมืองภายใต้การกำกับของชนชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นอำมาตยาภิวัฒน์, ตุลาการภิวัฒน์ หรืออะไรก็ตามแต่ ล้วนมีแนวโน้มจะทำให้สังคมตกอยู่ในสภาพอย่างที่นักเทววิทยากล่าวไว้ตั้งแต่ ค.ศ.200 ว่า neque enim quia bonum est, idcirco auscultare debemus, sed quia deus praecipt หรือ “อะไรที่พระเจ้าว่าไว้ คนในสังคมย่อมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม"

อ่านฉบับเต็ม เชิญที่เว็บประชาไท หรือ มติชนสุดสัปดาห์ ศุกร์ที่ ๑๗ พ.ย.

............

ผมเห็นว่าบทตวามของศิโรตม์ชิ้นนี้ วิจารณ์ธีรยุทธ และแนวร่วม "แก๊งค์บารมีทรงธรรมนิยม" ได้รัดกุมทีเดียว

19 ความคิดเห็น:

Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขบวนการยกลูกตะโปดแห่งชาติ
เค้าลางแห่งความฉิบหายของประเทศ คือ การรวมตัวกันของนักวิชาการชักว่าวแห่งประเทศทาส ในกาลภาคหน้า บ้านเมืองจะเต็มไปด้วยมายาคติเน่าๆ แดกไม่ได้
ชาวบ้านตาแดงๆ จะหน้าดำปึ้ด ให้พวกชักว่าวด่าว่า โง่ ไม่เข้าท่า

คำเตือน สำหรับ ขบวนการนักวิชาการก้าวหน้าลงคลอง พึงระลึกว่า

ในการขัดลูกตะโปดกันเองนั้น กรุณาใช้น้ำมันหล่อลื่นด้วย เดี๋ยวไข่ไหม้

7:25 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

นิติรัฐ สะแคลช ไข่ ศิโรตน์
โย้ โย้
นำโดยนักวิชาการไข่ยานแห่งอเมริโกยเถอะโยม
ธงชัย วินิจปฏิกูล ซากเน่า

แน่จริง ปลุกมวลชนมา ไล่เจ้า ไล่รัฐบาล ไล่นักวิชาการ อ๋อลืมไป ถ้าทำสำเร็จ เดี๋ยวจะกลายเป็น
แพรคมาติส ซะเอง

รึว่า รังเกียจ วรัญชัย เลยปล่อยให้ชุมนุมอย่างโด้เดี๋ยวกลางท้องสนามหลวง

จริงๆแล้วกลับมาน่าจะเหมาะนะ

เพราะสนามหลวง เอาไว้ชักว่าว ทั้งว่าวจุฬา และว่าวธรรมศาสตร์

ระวังจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ถ้าไปขัดไข่ผิดที่

7:31 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เครือข่ายพันธมิตรขัดไข่เพื่อประธิปไตยในชาติหน้า

ฉลาดสุด ธงชัย ไข่เน่า แห่งวิสคอนซิน
ศิโรตน์ คล้ามครองแครง แห่งรัฐศาสตร์ มธ.
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ไข่ใหญ่อาบเบียร์บูดจากเยอรมัน
นิติรัฐ นักวิชาการรุ่นใหม่ ไข่แข็ง จากธรรมศาสตร์ กำลังศึกษา กฎหมายประหลาดที่ เศษฝรั่ง
สมศักดิ์ ศิษย์สมควร นักประวัติศาสตร์ไข่ย้อยหน้าลานโพธิ์

สมทบด้วย วรัญชัย เตมูจิน และกลุ่มโดมแดงประจำ
เดือน

ฉายแล้ววันนี้ ที่โรงหนังในเครือ เจริญโภคภัณฑ์ ขายไข่ ของนายธนินทร์ กินกล้ายาง

ขอได้โปรดรับชม รับฟัง
"ฉิบหาย ฉายวันนี้ ไข่ เค้าดีจริงๆ ค่ะ"

10:49 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ศาสตรา โตอ่อน ไปหอนอยู่ในบลอกเจ้าไป
ไม่มีใครไปเยี่ยมก็อย่าได้มาเรียกร้องความสนใจจากที่นี่

ทำไมไม่ใช้ชื่อจริงล่ะ ไหนบอกว่าเกลียดผีนักไม่ใช่เหรอ

9:42 หลังเที่ยง  
Anonymous โค ไม่ ตวย สมชื่อ กล่าวว่า...

นักจิตวิทยาบอกว่า คนที่มีปัญหาบกพร่องเรื่องอะไร
จะชอบด่าคนอื่นด้วยเรื่องนั้น

ใครชอบด่าพ่อล่อแม่คน แปลว่ามีปัญหากับพ่อแม่ หรือไม่เคารพพ่อแม่ ลึกๆในใจ

ใครชอบว่าคนอื่นโง่ แปลว่ามีปัญหาเรื่องไม่มั่นใจว่าตัวเองฉลาดจริงไหม

และ ... ใครชอบแจกของลับ หรือพูดเรื่องของลับ

แปลว่า... ของเขาผู้นั้น

"เล็ก"

1:16 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ไม่รู้ว่าความเห็นที่ 1-3 เป็นใคร(ไม่อยากเดา ทั้งที่ก็น่าจะพอรู้ ว่าสำนวนแบบนี้มันใคร) แต่คุณเป็นคนหยาบคายมากๆ และ ชาตินี้ทั้งชาติ คุณก็ไม่มีทางเป็นนักวิชาการที่มีคนเค้ายอมรับนับถือ แบบคนที่คุณเพิ่งจะไปว่าเค้าแน่นอน

2:24 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ความอยากให้ผู้อื่นเคารพนับถือ เป็นเพียงกิเลสอย่างหนึ่ง เท่านั้น นักวิชาการเป็นมนุษย์พันธ์กิเลสหนา เสพกิเลสละเอียดซับซ้อน แบบ ส.ศิวรักษ์ ว่า คือ เสพโมหะทางวิชาการ

ไข่ต่างๆที่ว่า ล้วนเป็นคำชมทั้งสิ้น ส่วน ขนาด เกี่ยวกับปมแน่นอน เพราะ พวก ขนาดใหญ่ ก็มือปมเขื่อง

สำหรับผมก็มีแฟนประจำ และแฟนผมส่วนใหญ่ใจกว้าง ไม่ต้องมามีมารยาทกันมาก

ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ลงชื่อ เพราะบล็อกมันเน่า

เอาไว้เจอกัน

3:10 ก่อนเที่ยง  
Anonymous จ่าจู๊ด กล่าวว่า...

ก๊าก!!!!! ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่
เอ้ย.................ไข่!
เติมไปหน่อย จ่าจู๊ด ไข่-ถอนหมอย
โกดำ-ไข่ดำ,แค็บปี้-ไข่งานหนัก,อ้ายจก-ไข่สำรวย
ป็อกสกี้-ไข่แอลกอฮอล์,ฯลฯ
ส่วน คห.1-3 ไข่ท่าจะไข่ฝ่อ บิดามันไข่ดัน 555

8:41 ก่อนเที่ยง  
Anonymous หมีpooh! กล่าวว่า...

ในความเห็นผม

ข้อเขียนของคุณศิโรตน์ ได้ตีจุดอับที่แอบแฝงมานานได้จริง

แม้ในบางส่วน ผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับคุณศิโรตน์
แต่ โดยภาพรวม ถือว่า เขียนได้ตรงเป้า
และ สื่อไปถึงผู้อ่านได้ตรงประเด็นที่เขาอยากเสนอ สมกับการเป็นนักวิชาการและบัณฑิตที่ดีครับ

สำหรับผมแล้ว...

สิ่งที่สำคัญประการหนึ่งของการเป็นบัณฑิต
คือ การให้ความเคารพความคิดเห็นผู้อื่น
และ โต้แย้งสิ่งที่เห็นต่าง อย่างมีวัฒนธรรม


ส่วนมารยาทที่ไม่ได้เก็บงำ และแสดงออกอย่างเต็มที่นั้น
ผมเองก็ไม่เห็นแย้งอะไร

ใครอยากตะโกนดังขนาดไหน หยาบคายขนาดไหน
ก็ทำได้ครับ

หากแต่ ควรไปทำในบ้านเรือนของตนมากกว่า...

คนที่เขาไม่เห็นด้วย กับมารยาทดังกล่าว
เขาจะได้ประณามได้ถูกที่

การมาตะโกนคำหยาบคาย ในบ้านคนอื่น
รังแต่จะทำให้เจ้าของบ้าน เขารู้สึกแย่ไปด้วยเปล่าๆปลี้ๆครับ

ทำแบบนี้ มันไม่เพียงแต่จะทำให้ความเห็นดีๆของตนเอง ด้อยค่าลงเท่านั้น

หากแต่ ยังจะทำให้ เจ้าของบ้าน โดนดูถูกจากสังคมไปเปล่าๆ

พื้นฐานความคิดเห็น การเรียนรู้มารยาทในอดีต อาจจะแตกต่างกันได้ครับ

หากแต่ มารยาททางสังคมที่ คนในสังคมทั่วไปพึงมี
มันก็น่าจะมีกันบ้างครับ

11:36 ก่อนเที่ยง  
Anonymous อิทธิฤทธิ์ กล่าวว่า...

คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว คนชั่วชอบทำร้าย คนมักง่ายชอบทิ้ง คนจริงชอบทำ คนระยำชอบติ

3:56 หลังเที่ยง  
Blogger Tick Skywalker กล่าวว่า...

C'est l'art de bien dire.

7:39 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

บรู๊ว บรู๊ว มาหอน

8:46 ก่อนเที่ยง  
Blogger labourer of law กล่าวว่า...

อ่านแล้วซึ้ง ทั้งบล๊อก ทั้งคอมเม้นท์ แทะกันเข้าไป

10:34 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ชอบของอิทธิฤทธิ์ คนจริงชอบทำ
คุณศาสตรา โตอ่อน เป็นคนบ้าจริงๆ หรือคนจริงบ้าๆก็ไม่ผิดทั้งนั้น ส่วนที่เหลือรวมทั้งคุณอิทธิฤทธิเป็นพวกชอบติ จึงเป็นกลุ่มคนระยำ

11:00 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ก็เพราะไอ้พวกหมาๆชอบมาด่าผมแถวนี้ หรือบางทีก็ข้ามไปด่าผมที่บล็อก ผมเลยมาขออณุญาตเห่าในบล็อกยอดนิยมประจำปีซะหน่อย

ผมมันเนติ(อยาก) บริกร โคตรชั่ว
นักกฎหมายมั่วๆ
อาจารย์เหี้ยๆไม่สมเป็นอาจารย์

จะด่าจะแช่งก็เชิญ แต่เวลาเจอ ผม อย่าเอาหางจุกตูดก็แล้วกัน หมาหรือคน วัดกันเวลาเจอหน้าโว้ย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไอ้แก็ง หยองกอด ธรรมศาสตร์ทั้งหลาย ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ยังมาปากดี ถูกรังแกร้องงอแงมาหาผม ถึงเวลาเสือกมามือไม่พายเอาเท้าราน้ำ พูดจาสามหาว สี่หาว เวลาเจอผมทำหน้าเครียด ทั้งนั้น เวลาเข้าบล็อกปากดีชะมัด

คุณมีปัญหาอะไรมั้ย เจอผมได้นะ จะมาเป็นตัว หรือหมู่ก็ได้ นัดมา จะตีให้ เป๋ง !


เมฆบ้า

11:13 ก่อนเที่ยง  
Anonymous อิทธิฤทธิ์ กล่าวว่า...

ถึง ไอ้โต

สองครั้งแล้วที่กูเข้ามาคอมเม้นท์ แล้วถูกมึงด่า กูถามหน่อย มึงมีสิทธิมาด่าอะไรกูวะ ขอร้องอย่าเสือกมาทะลึ่งกับกูอีก กูไม่ได้อยากรู้จักมักจี่กับมึง ขอให้มึงหยุดการกระทำของมึง และอย่ามายุ่งเกี่ยวกับกู ซึ่งกูว่าวาจาที่มึงใช้ มันออกจะเกินไป ทั้งดูหมิ่น และหมิ่นประมาท

ส่วนสาเหตุสองครั้งที่กูถูกมึงด่า ครั้งแรก กูเตือนมึง กูพยายามเท่าที่ กูอยากให้เกิดความสงบสุขในบล็อค และตอนนั้นกูเองก็นับถือในความคิด และบทความของมึง แต่กูก็ถูกมึงด่ามั่วๆ ด่าชั่วๆ กูอยากสวนกลับเพราะที่มึงด่าแม่งโคตรมั่ว และโคตรห่วยไร้เหตุผล ยังไงมึงกลับไปอ่านดูเอาเองนะ (หลังจากนั้นมากูไม่เคยข้องแวะมึงเลย)

ครั้งที่สอง กูไม่รู้ว่า ใครมันเข้ามาใช้วาจาทุเรศๆในบล็อคนี้ เพราะมันไม่ได้ลงชื่อ แต่ก็อยากเตือนสติ และให้สำนึกในการกระทำของตัวเองว่าที่ทำอยู่มันผิด แต่แม่งเสือกดันเป็นมึง ซึ่งอีโก้สูง อีคิวต่ำ มึงก็เลยมาด่ากูอีก ซึ่งมึงไม่มีสิทธิ

ขอให้จบนะตรงนี้ กูรำคาญ

11:18 ก่อนเที่ยง  
Anonymous อิทธิฤทธิ์ กล่าวว่า...

ถึง ไอ้โตอีกที

อยากให้ทบทวนดูให้ดีอีกที เฉพาะเรื่องของมึงกับกู กูอยากให้จบ เพราะกูไม่เคยด่ามึงสักครั้ง มึงไปย้อนดูดี ๆ ว่ากูเคยด่ามึงหรือเปล่า แต่ถ้าจะให้มันตรงไปตรงมา ถ้ามึงเคยรู้สึกว่าถูกกูด่า กูขอรับรองไว้ตรงนี้เลยว่า กูไม่เคยด่ามึง แต่มึงนี่กลับกัน ด่ากูเอาๆๆ ซึ่งมึงไม่มีสิทธิ กูย้ำอีกที มึงไม่มีสิทธิ

ต่อจากนี้ไป ถ้ามึงไม่ด่ากูอีก จะไม่มีข้อความของกูที่กล่าวถึงมึงอีก จบ.

11:34 ก่อนเที่ยง  
Anonymous หงษ์จะเป็นแชมป์ UCL กล่าวว่า...

อ้าว ผีเผยตัวซะแล้ว
อุตส่าห์เนียนเป็นผีหลอกด่าชาบ้านตั้งนาน
ไหงเผยร่างเสียละท่าน

ไม่มันส์เลย

1:15 หลังเที่ยง  
Anonymous ขาแจม กล่าวว่า...

แหม่..สะใจ

ว่าแล้วเชียวว่าใช่ แหม่..สงสัยมานานละว่าผีคือคนที่รู้ว่าใครรึเปล่า

แหม่..สะใจ

อ้อ..คุณอิทธิฤทธิ์ ---> ใจเย็นๆเด้อ อย่าไปถือสาหาความเลย ปล่อยเค้าไปเหอะ อย่าเปลืองตัวเลยคู๊ณ

5:38 หลังเที่ยง  

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก