วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 02, 2549

นวมทอง

ไว้อาลัยนวมทอง ไพรวัลย์

และ นี่คือ ข้อความสุดท้ายของนวมทอง ไพรวัลย์

เทิดทูนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รัฐทหารและรัฐตำรวจ (ต้องไม่มี)

สวัสดีครับท่านพี่น้องประชาชนที่เคารพ เหตุที่กระผมทำการพลีชีพเป็นครั้งที่ 2 โดยการทำลายตัวเองเพื่อมิให้เสียทรัพย์เหมือนครั้งแรกก็เพื่อลบคำสบประมาทของท่านรองโฆษก คปค.ที่ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์หลายฉบับว่า “ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้”

เหตุพลีชีพครั้งแรกของผมยอมรับว่าคำณวนความเร็วของรถแท็กซี่ผิดพลาด รถถังที่จอดลานพระบรมรูปทรงม้าติดด้านหัวถนราชดำเนินนอก เมื่อผมขับรถผ่านกองบัญชาการทัพบกพ้นหัวถนนและเกาะกลางถนนเพื่อพุ่งเข้าชนเพื่อหักเลี้ยวแบบตัว S ความเร็วจึงลดลงมากเพราะต้องการชนแบบประสานงา

ผมจึงแค่บาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหัก 5 ซี่ ตาซ้ายบวมช้ำคางทะลุถึงภายในช่องปาก รักษาตัวโรงพยาบาลวชิรฯ มีคณะของคุณครูประทีป ฮาตะ และคณะอื่นๆ มาเยี่ยมหลายคณะและมีผู้สื่อข่าว นสพ. มาขอสัมภาษณ์ว่า ไม่พอใจหรือที่ปฏิรูปแล้วบ้านเมืองสงบสุข ไม่มีการนองเลือด ผมตอบไปว่าใครทำผิดกฎหมายและก่อความไม่สงบก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ที่ผ่านมามีเบื้องหลังเบื้องลึกมากมาย ตอนนี้ก็เปิดหน้ากากออกมาจนเกือบหมดแล้ว เป็นการตบหน้าประชาชนอย่างไม่อาย. แต่ไม่เห็นเป็นข่าวรวมทั้งข่าวของผมที่ชนรถถังเพื่อประท้วง คปค. ลงข่าว นสพ. วันเดียวเงียบหายไปเลย ผมรักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิรฯ 13 วัน คุณหมออนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้านและนำ นสพ. ที่เสนอข่าวชนรถถังประท้วงคปค. ของผม พบคำสัมภาษณ์ท่านรองโฆษก ใน นสพ. ตรงกันหลายฉบับด้วยถ้อยคำที่กล่าวมาข้างต้นและยังปรามาสว่าผมแก่แล้ว คงทำด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ก็มีเวลาเอาสีมาพ่นข้อความรอบตัวรถยังคิดว่าอารมณ์ชั่ววูบ ไม่น่าให้ทำงานและกินเงินเดือนที่ได้มาจากภาษีของประชาชนเลย.

ความคิดผม เมื่อหายป่วยดีก็จะทำมาหากินขับรถ TAXI ไม่ก่อวีรกรรมอีกต่อไป แต่พบข้อความการให้สัมภาษณ์ นสพ. ของท่านรองโฆษก คปค. ในเชิงปรามาสดังกล่าวก็เลยต้องสนองตอบกันหน่อย เพราะนิสัยคนไทยฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ และเหตุผลที่ผมเลือกวันสุดท้ายของเดือนตุลาคมเป็นวันพลีชีพเพราะเดือนนี้เป็นเดือนที่วิญญาณของวีรชนที่สถิตอยู่ที่อนุสรณ์สถานฯ ที่ผมทำการพลีชีพนี้ได้เรียกร้องกระทั่งได้มาซึ่งประชาธิปไตย และวิญญาณของผมก็จะสถิตอยู่กับเหล่าวีรชนแห่งนี้ตลอดไป และขอยืนยันว่าปฏิบัติการทั้งสองครั้งทำด้วยใจ ไม่มีใครจ้าง

สุดท้ายขอให้ลูกๆ และภรรยาจงภูมิใจในตัวพ่อ ไม่ต้องเสียใจ ชาติหน้าเกิดมาคงไม่พบเจอการปฏิวัติอีก

ลาก่อน พบกันชาติหน้า
ปล. ขอแก้ข่าว ขวดยาที่พบในรถภายหลังเกิดเหตุคืออาหารเสริมแคปซูลใบแปะก๊วยไม่ใช่ยาแก้เครียดตามที่ลงข่าว นสพ. ผมไม่เครียดแต่ประท้วงจอมเผด็จการ

สวัสดีครับ
29 ตุลาคม 2549
(นายนวมทอง ไพรวัลย์)

15 ความคิดเห็น:

Blogger POL_US: Jurisprudence กล่าวว่า...

ลงนามด้วยคน

7:31 หลังเที่ยง  
Blogger Tanusz กล่าวว่า...

ร่วมไว้อาลัยด้วยครับ

2:58 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ร่วมไว้อาลัยด้วย

3:00 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ราวี ผ่าหมาก กล่าวว่า...

ขอไว้อาลัยให้กับความ จัญไร ของ
นายทักษิณ และนักวิชาอย่างเจ้าของบล็อก พวกนี้แหละที่ทำให้ ลุงนวมทอง เข้าใจประชาธิปไตยแบบผิดๆ เนื่องจากต้นแบบ ประชาธิปไตยเหล่านี้ แคบ ทึบ ตัน ผมเชื่อว่าถ้ามีคำอธิบายที่ถูกต้อง ลุงนวมทอง คงไม่เสียชีวิต

ขอไว้อาลัย ให้กับ ความทุเรศของหมอเหวงยังจะเสือกไปยกศพมาสนามหลวง พ่อมึงเป็นสัปเหร่อ เหรอไอ้ซาด จำได้ไหมไอ้เฒ่าทารกคนนี้ แม่งเป็นผู้นำ ยกย่องทักษิณปี ๔๔ บ้าฉิบหาย

ขอไว้อาลัย ให้กับนักวิชาการอุบาทว์ ปากดี ปล่อยให้ประชาชนที่ท้องสนามหลวงต่อสู้อย่างเดียวดาย ข้าวสักกล่องยังไม่มี ต้องเรี่ยไรกันซื้อเครื่องเสียง สงสัยไม่มีทีวีมาถ่ายแม่งเลยไม่ไป ใจหมา

เวลาวิจารณ์คนอื่น เก่ง ฉิบหาย พอทำเอง เหมือนหมาเปิดขวดไวน์

ทุเรศ !

สุรยุทธ พูด เมื่อวาน กับชาวปักษ์ใต้

"ผมขอโทษแทนเจ้าหน้าที่และรัฐบาลชุดที่แล้ว
รัฐบาลชุดนี้ขอยื่นมือออกไปแล้วบอกว่า ผมเป็นคนผิด ผมขอโทษ"

นี่ คือ ตัวอย่าง ให้เอาไปนั่งแยกดีแยกชั่วให้ออก

4:07 ก่อนเที่ยง  
Anonymous จ่าจู๊ด กล่าวว่า...

ก็เพราะมีคนอย่างคห.ข้างบนั้นแหละ ที่มักจะใช้คำพูดเย้ยหยันนำคนไปตาย จึงได้เกิดคนอย่างลุงนวมทองอยู่ร่ำไป ทำไมครับ เพราะนักวิชาการหรือครับที่ทำให้ลุงเค้าเข้าใจผิด? ใครกันที่ดูถูกลุง พูดจาประชดจำทำให้ลุงเค้าต้องแสดงออกถึงความมั่นคงในใจอีกครั้งหนึ่งถ้าไม่ใช่รองโฆษกคปค.พลเอก อัคร ทิพย์โรจน์ หือ?

แล้วทำไมลุงเค้าเข้าใจประชาธิปไตยแบบผิดๆ? หมายความว่าเพราะลุงเป็นเพียงคนขับแท็กซี่ ไม่ได้เป็นนักศึกษาจบปริญญาตรีหรือมีหน้ามีตาที่ไหน เค้าถึงไม่สามารถมีวิจาณญาณที่ถูกต้องเกี่ยวกับประชาธิปไตยได้? ใครกันผูกขาดการให้ความหมายของประชาธิปไตย? ตอบหน่อยสิ? ใครไปตัดสินว่าลุงเค้าผิด? ท่าทางคนที่แคบ ทึบ ตันนี้คงเป็นคุณล่ะมั้งท่านราวี ผ่าหมาก?

อยากทราบจริงว่าพลเอกพลเอก อัคร ทิพย์โรจน์ ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบในความปากพล่อยของตนเองไปหรือยัง ไม่ใช่พูดไม่คิดพอเกิดผลร้ายก็นิ่งเงียบไม่รับผิดชอบ ไร้ความเป็นลูกผู้ชายชาติทหาร คงคล้ายๆกับคห.ข้างบนนั้นแหละ ออกคอมเม้นไม่รับผิดชอบ ฆ่าลุงนวมทองครั้งที่สองแล้วก็หายไป

สุดท้ายนี้ขอไว้อาลัยแก่ท่านลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ที่ท่านได้แสดงความเชื่อมั่นของตนเองและปกป้องมันด้วยชีวิต และขอภาวนา อย่าให้มีคนเอาชีวิตมาพิสูจน์อุดมการณ์เพื่อต่อต้านคณะรัฐประหารบัดซบนี้อีก แค่คนเดียวมันก็มากเกินพอแล้ว

5:33 ก่อนเที่ยง  
Anonymous pipek กล่าวว่า...

ขอไว้อาลัยด้วยคนครับ
เป็นเรื่องเศร้าครั้งที่สองของผม หลังจากทราบข่าวการปฎิวัติของ คปค.

5:44 ก่อนเที่ยง  
Anonymous etat c'est moi กล่าวว่า...

dark cloud come and down...

เศร้า

และรู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มแเย่ลงเรื่อยๆ

6:25 ก่อนเที่ยง  
Anonymous POL_US กล่าวว่า...

งง กับความเห็นแปลก ๆ ที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ ...

เรื่องคุณลุงนี้ วันก่อน ตั้งชื่อไว้อาลัยใน msn มีคนบอกให้ไปฆ่าตัวตาย ตามคุณลุง ..... งง เลยเหมือนกัน

วันนี้ มาอ่านความเห็นแปลก ๆ ยิ่งงง ไปกันใหญ่

อีกครั้งครับ ขอสรรเสริญในความกล้าหาญ และ ขอประณามความปากพล่อยของ รองคณะล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ..

8:01 ก่อนเที่ยง  
Blogger Gowza กล่าวว่า...

ผมไม่เข้าใจเลยครับ...
ทำไมวิจารย์กันต้องเอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวด้วย

คือผมจะมีนิ้วไม่ครบสิบ
หรือเคยติดคุกมาแล้ว
หรือเป็นลูกไม่มีพ่อ
เป็นลูกเมียน้อย
หรือขาซ้ายผมเน่า

ก็ไม่ได้ทำให้ความคิดของผม ฟังไม่ขึ้นนิครับ

คือแทนที่จะวิจารย์กันด้วยเหตุผล กลับวิจารย์กันด้วยเรื่องส่วนตัว... ไม่เข้าใจ....

คือถ้าไม่เห็นด้วย ก็อย่าด่าพ่อกันซิครับ

ถ้าด่าพ่อกัน มาท้าต่อยกันเลยดีกว่า... ไม่ต้องพูดเรื่องอื่น

ถ้าคุยเรื่องอื่น ก็อย่าด่าพ่อ ขอร้อง!

ผมไม่บอกอะไรอะไรดีไม่ดี...
(ซึ่งส่วนตัวแล้ว อะไรก็ไม่ดีพอทั้งนั้น)
แต่ทนไม่ได้กับการเกลียดขี้หน้ากันเพราะเรื่องส่วนตัว หรือยกเรื่องส่วนตัวมาเป็นเหตุผล หรือพูดใส่ร้ายในเรื่องส่วนตัว

แยกแยะกันหน่อยครับ... ข้อร้องงง อ่านแล้วขัดตาจริงๆ

8:05 ก่อนเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

8:27 ก่อนเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

ผมไม่เข้าใจเหตุผลของลุงนวมททอง อันนี้พูดตรงๆเลย

ผมไม่ชอบการทำอะไรเพื่อประชดอะไร หรือประท้วงอะไร

โดยเฉพาะการกระทำที่เป็นผลร้ายกับตัวเอง

แต่ถ้าใครสักคน เข้าใจมาตลอด ว่าประเทศของเขา ปกครองระบอบประชาธิปไตย ประชาชนปกครองกันเอง เลือกผู้นำกันเอง ด่าผู้นำกันเอง ไล่ลงไปตามระบบระบอบ แล้วเลือกคนอื่นมาใหม่

มาเห็นสภาพประเทศที่อำนาจตกไปอยู่ในมือคนกลุ่มบนๆ ไม่กี่กลุ่ม แบ่งเค้กกันเอง ทะเลาะกันเองเมื่อไม่ลงตัว คนโน้นคนนี้มาร้องขอรางวัล แล้วอีกฝ่ายก็ประทานให้ ใครยังได้รางวัลไม่พอก็อาละวาด ฯลฯ

เจอแบบนี้ หดหู่จนอยากตายได้ ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้

8:28 ก่อนเที่ยง  
Blogger labourer of law กล่าวว่า...

ขอร่วมไว้อาลัย แด่ผู้กล้า
และขอให้ทุกท่าน มีกำลังใจ ในการใช้ชีวิตต่อไป
ถูก-ผิด มันเรื่องของความเห็น แต่อย่าใช้กำลังตัดสิน หรือใช้วาจาไปในทางเสียดสี สาดขี้ ระบายโคลนใส่กันเลย
เจอเรื่องแบบนี้ทุกวันๆ สุขภาพจิตมันเสื่อมครับ

11:22 ก่อนเที่ยง  
Blogger bact' กล่าวว่า...

ขอไว้อาลัยด้วยครับ

2:29 หลังเที่ยง  
Blogger Dawdle Man กล่าวว่า...

ไว้อาลัยด้วยครับ

3:05 หลังเที่ยง  
Blogger Soulseeker กล่าวว่า...

ผมเห็นเรื่องนี้ผมยิ่งรู้สึกอ่อนหัด

"เสรีภาพมิใช่การทำตามที่ใจตนอยาก แต่เป็นการมีอิสระที่จะเชื่อและต่อสู้ไปกับสิ่งนั้นอย่างเด็ดเดี่ยวและไม่ย่อท้อ"

เสกสรรค์ ประเสริฐกุล

แพ้หรือชนะ มีค่าหรือไร้คุณค่า ช่างมัน

เพราะอย่างน้อยสิ่งที่บริสุทธิ์ และปราศจากความปนเปื้อนที่สุด คือความตาย

แ่ด่มนุษย์ บิดาแห่งความขัดแย้งนิรันดร์

11:35 ก่อนเที่ยง  

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก