วันเสาร์, มกราคม 07, 2549

อยากกลับฝรั่งเศสแล้ว

ผมกลับมาเมืองไทยอย่างรีบด่วนและไม่คาดคิดครั้งนี้เพื่อทำภารกิจสองเรื่อง

เรื่องแรก สำเร็จไปได้ด้วยดี เรื่องที่สอง น่าจะล้มเหลว

ตอนนี้ อยากกลับไปขลุกอยู่กับกองตำรา คอมพิวเตอร์ แบบเหงาๆ ที่ฝรั่งเศสแล้ว อยากกลับไปอยู่กับบรรยากาศทางวิชาการแบบเคย แม้มันจะเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ บางวันก็รก บางวันก็สะอาด บางวันเมา บางวันเหงา บางวันสุข บางวันเศร้า แต่ผมก็พึงใจกับการอยู่ที่ห้องนั้น มันเป็นที่ที่ผมรู้สึกว่ามีคุณค่าในทุกครั้งที่ผมอยู่

เฮ้อ...

คราวก่อน ก็เพียรพยายามเลื่อนวันกลับออกไป คราวนี้ กลับอยากเลื่อนวันกลับเข้ามา

ตั้งใจว่าจะกลับไปสะสางภารกิจปริญญาเอกให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ไม่อยากใช้ชีวิตแบบสำมะเลเทเมาแบบนี้แล้ว อยากใช้ชีวิตแบบอาจารย์คนอื่นๆเขามั่ง

ยังเรียนไม่จบ แล้วกลับมาเที่ยวเมืองไทยทีไร ผมรู้สึกตนเองไร้ค่ายังไงก็ไม่รู้

กลางเดือนนี้ ผมจะแบกเป้ไปเที่ยวหลวงพระบางแบบเหงาๆ ขอเสพธรรมชาติอีกสักครั้งก่อนกลับไปลุยงานที่ฝรั่งเศส

ผมทำทุกอย่างที่ผมทำได้และต้องทำไปหมดแล้ว มันคงเป็นไปตามชะตาฟ้าลิขิต ถามว่าเสียใจ เสียเวลา เสียดายเงินมั้ย กับการกลับมาครั้งนี้ ผมตอบได้เต็มปากว่าไม่เลย ด้วยเหตุผลสองข้อ

ข้อแรก ผมจัดการเรื่องซื้อบ้านใหม่ให้พ่อ แม่ เรียบร้อยดี

ข้อสอง ผมได้คำตอบ ซึ่งผมค้นพบเอง หากผมไม่กลับมา มันก็คงค้างคาใจของผมต่อไปอยู่ดี สู้เอากันชัดเจนแบบนี้ดีกว่า

ผมปฏิญาณกับตนเองไว้ว่า จะไม่ขอข้องแวะกับปัญหานารีใดๆอีกแล้ว จนกว่าจะสำเร็จการศึกษา

แม้ใครๆจะไม่เชื่อว่าผมจะทำได้ตามที่ปฏิญาณก็ตาม

10 ความคิดเห็น:

Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สวัสดีครับ พอดีเข้ามาอ่านแล้วได้คิดบ้าง ดีครับผม
ไงก็ ตั้งใจสานต่อที่ตั้งใจดีกว่านะครับ ดีกว่า สุรา นารี พาชี..

5:02 หลังเที่ยง  
Blogger บุญชิตฯ กล่าวว่า...

ผมไม่อยากอยู่ฝรั่งเศสแล้ว
ผมพบว่า ผมไม่ได้อยากเป็นนักวิชาการ
ไม่อยากเป็นดอกเตอร์
ผมหลงเดินมาตามทางที่หลายคนชี้
ว่าคนอย่างผม ควรเดินไปนั้นไปนี้

แต่ผมเดินมาลึกเกินไปแล้ว

7:07 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คิดถูกแล้วละ ขอให้สำเร็จสมความตั้งใจ


pattaya

2:46 ก่อนเที่ยง  
Blogger PKT กล่าวว่า...

อยากให้กลับมาเร็วๆ...(แปลก(ใจ)เหมือนกัน สงสัยเพราะว่าเราไม่อยากนั่งเบื่อคนเดียวมั้ง) แต่ที่นี่ยังน่าเบื่อเหมือนเดิม

ไปเที่ยวกับสาวลาวให้สนุกนะจ๊ะ...อิอิ

12:14 หลังเที่ยง  
Blogger ratioscripta กล่าวว่า...

ในฐานะปิยมิตรของปิยบุตร (เหมือนเอกลักษณ์ของเอกบุรุษมะ)

และกัลยาณมิตร

อนุโมทนาจิต

สาธุ สาธุ สาธุ

1:32 หลังเที่ยง  
Anonymous POL_US กล่าวว่า...

สู้ต่อไปน้อง ... นำภาพงาม ๆ ของหลวงพระบาง ลงบล๊อก บ้างดิ ...อยากดู ไม่เคยไป

6:09 ก่อนเที่ยง  
Blogger carré de mim กล่าวว่า...

ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

7:27 ก่อนเที่ยง  
Blogger Crazycloud กล่าวว่า...

ไอ้น้องชาย ซามูไรพเนจร
ศิษย์พี่มิบังอาจสอนสั่ง
แต่การศึกครั้ง กระโน้นที่ทุ่ง จันทราฮาร่า ย้ำเตือนจิตใจซามูไรเลือดโชกอย่างพี่ได้ดี

เคล็ดลับวิชาในตำราเล่มที่หนึ่ง นั่นก็คือ "การทำใจให้สงบ" มันยากว่ะแต่ต้องทำไอ้น้องเอ่ย

วิถีซามูไรพเนจรเยี่ยงเรา จะพ่ายแพ้ข้าศึกเห็นจะมีเพียงศัตรูตัวฉกาจตัวเดียวเท่านั้น คือ ตัวของเรา จิตใจอันอ่อนล้าของเรา

ศิษย์พี่แนะนำเคล็ดคัมภีร์ สุดยอด คือ คัมภีร์เล่มเหลือง ของปรมาจารย์นัท ฮัน (เมตตาภาวนา) มิต้องเสาะหาไกล มันอยู่ในร้านนายอินทร์ โลกพระจันทร์ ชั้นสองเลี้ยวซ้าย

เชื่อพี่สักครั้ง ศิษย์น้อง ของเขาดีจริงๆค่ะ

การกลับไปนั่งสมาธิ ใต้เงื้อมงำของน้ำตก คือวิถีซามูไรในการชำระตนเองให้กลับมาบริสุทธิ์อีกครั้ง

ซาโยนาระ

11:13 ก่อนเที่ยง  
Anonymous etat c'est moi กล่าวว่า...

เชื่อจ้า เชื่อ

12:58 หลังเที่ยง  
Anonymous KoPoK กล่าวว่า...

^_^

ขอให้บรรลุโดยไวค่ะ

11:13 ก่อนเที่ยง  

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก