วันอังคาร, พฤษภาคม 03, 2548

เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วมีข่าวการเมืองเล็กๆข่าวหนึ่งที่เราอาจไม่สนใจเท่าไรนัก แต่ผมอ่านแล้วคิดว่าน่าจะเอามาถกเถียงกันได้ คือ ข่าวการเอาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมาปัดฝุ่นใช้ใหม่

คุณสุรชัย แซ่ด่าน อดีตเคยเป็นสมาชิกพรรคคนหนึ่ง รับผิดชอบเขตงานทางภาคใต้ ออกมาให้ข่าวว่า ขณะนี้กำลังมีโครงการรื้อฟื้นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ขึ้นมาจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียใหม่

แกบอกว่าปัจจุบัน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ได้ยกเลิกไปแล้ว ประกอบกับสภาพสังคมปัจจุบันที่แกว่าทุนนิยมอยู่ในช่วงขาลง แกจึงอยากเอาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในสังคม ถ้าคณะกรรมการเลือกตั้งในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองไม่อนุญาตให้จดทะเบียน แกจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป

ข่าวนี้มีกลิ่นมาก่อนหน้านั้นแล้วครับ ตั้งแต่คราวที่บรรดาสหายทั้งหลายมารวมตัวเจอกันในงานคอนเสิร์ตที่ มธ. ที่เอาเพลงปฏิวัติในดนตรีแบบใหม่มาขับร้องกัน ต่อมาอดีตเลขาธิการ พคท. ธง แจ่มศรี หรือในชื่อจัดตั้งว่า “ลุงดิน” ออกมาให้สัมภาษณ์ลงนิตยสาร สารคดี เมื่อกลางปี ๒๕๔๗ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันและอนาคตของ พคท. ราวกับว่าต้องการส่งสัญญาณอะไรบางประการ

ล่าสุด ลุงธง แจ่มศรีออกมาให้สัมภาษณ์อีกครั้งลงใน วารสารไฟลามทุ่ง เนชั่น สุดสัปดาห์ฉบับล่าสุดตัดตอนเอามาลง http://www.nationweekend.com/weekend/20050501/wec09.shtml

ผมเข้าไปอ่านความเห็นต่างๆในโต๊ะราชดำเนิน ของพันทิป พบว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย บ้างว่าไปไม่รอด บ้างว่าล้าสมัย บ้างว่าไอ้พวกนี้มันบ้า ไม่แหงนมาดูเลยว่าโลกปัจจุบันหมุนไปทางไหนแล้ว

ผมขอละไว้ไม่เข้าร่วมถกเถียงประเด็นที่ว่าเหมาะสมหรือไม่ ปล่อยให้คอการเมืองเฝ้าติดตามวิพากษ์วิจารณ์กันต่อไปดีกว่า

แต่ผมสนใจประเด็นนี้ครับ

ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เราสามารถมีพรรคคอมมิวนิสต์แบบถูกต้องตามกฎหมายได้หรือไม่?

ถ้าหากคุณสุรชัย แซ่ด่านแกจะเอา พคท. เดิมมาจดทะเบียนใหม่ หรือมีใครอยากจะตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แบบใหม่ขึ้นมาเลยก็ตามแต่ จะเกิดประเด็นปัญหาความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่?

ผมขอเท้าความนิดนึงว่า เดิมเรามี กฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์อยู่ และพึ่งยกเลิกไปไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไอ้เจ้ากฎหมายพวกนี้แหละครับ ที่ทำให้ สมัคร ชิมไปบ่นไป (ตอนนี้กำลังดำเนินรายการสะท้านวงการกับคุณดุสิตอยู่) สมัยที่เป็น รมต มหาดไทยออกประกาศยึดหนังสือดีๆจำนวนหลายเล่มด้วยข้อหาคอมมิวนิสต์ เช่นกัน พคท. ไม่สามารถจดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการแต่ต้องดำเนินกิจกรรม “ใต้ดิน” ก็เพราะไปขัดกับกฎหมายเหล่านี้เข้า

พอยกเลิกกฎหมายนี้ไปก็สงสัยกันว่า พรรคคอมมิวนิสต์จะขึ้นมาสูดอากาศบนดิน เดินเหินทำกิจกรรมทางการเมืองเหมือนกับพรรคอื่นๆได้หรือไม่

ลองมาสำรวจกัน...

ผมขอยกบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องมาให้ดูก่อน

มาตรา ๔๗ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองเพื่อสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชนและเพื่อดำเนินกิจการในทางการเมืองให้เป็นไปตามเจตนารมณ์นั้น ตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้

มาตรา ๔๘ สิทธิของบุคคลในทรัพย์สินย่อมได้รับความคุ้มครองขอบเขตแห่งสิทธิและการจำกัดสิทธิเช่นว่านี้ ย่อมเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
การสืบมรดกย่อมได้รับความคุ้มครอง สิทธิของบุคคลในการสืบมรดกย่อมเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา ๘๗ รัฐต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีโดยอาศัยกลไกตลาด กำกับดูแลให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คุ้มครองผู้บริโภค และป้องกันการผูกขาดตัดตอนทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งยกเลิกและละเว้นการตรากฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ควบคุมธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ และต้องไม่ประกอบกิจการแข่งขันกับเอกชน เว้นแต่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ รักษาผลประโยชน์ส่วนรวม หรือการจัดให้มีการสาธารณูปโภค

ดังที่เราทราบกันดีว่าระบอบคอมมิวนิสต์เป็นปฏิปักษ์กับกษัตริย์ เป็นศัตรูกับศักดินาและจักรวรรดินิยม ต่อต้านชนชั้น ต่อต้านเจ้าที่ดิน รัฐถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ให้ทุกคนผลิตตามความสามารถและบริโภคตามความจำเป็น

เมื่อมาพิจารณากับมาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๘๗ ที่ผมยกมาแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์จะอยู่บนดินภายใต้รัฐธรรมนูญปัจจุบันได้หรือไม่ยังน่าสงสัยอยู่

มาตรา ๔๗ อนุญาตให้มีพรรคการเมืองได้ภายใต้เงื่อนไขว่า ต้องเป็นไปตาม “วิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ แล้วมาตรา ๔๘ ยังรับรองหลักกรรมสิทธิ์ให้แก่เอกชน มาตรา ๘๗ นี่ไปไกลกว่าถึงขนาดประกาศว่ารัฐไทยเป็นรัฐที่สนับสนุน “ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีโดยอาศัยกลไกตลาด”

ดูเจ้าสามมาตรานี้แล้ว เห็นท่าพรรคคอมมิวนิสต์คงมาสูดอากาศบนดินไม่ได้กระมังครับ

แล้วภายใต้บริบทของบ้านเราที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแบบ “ไทย” จริงๆนี่ ผมว่ายิ่งลำบากเข้าไปใหญ่

ผมไปค้นรัฐธรรมนูญเก่าๆมายิ่งเกิดประเด็นชวนคิดตามไปอีก บทบัญญัติที่รับรองเสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมืองโดยไม่ขัดกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พึ่งใส่เข้ามาใน รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๓๔ และ ๒๕๔๐ นี่เองครับ ก่อนหน้านั้นใช้ถ้อยคำล้อกันมาว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันเป็นพรรคการเมือง เพื่อดำเนินกิจการในทางการเมืองตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ” ดังปรากฏใน รธน พ.ศ. ๒๔๙๒ มาตรา ๓๙, รธน พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๓๗, รธน พศ ๒๕๑๗ มาตรา ๔๕, รธน พ.ศ. ๒๕๑๒ มาตรา ๓๘

จะเห็นได้ว่าเดิมไม่มีคำว่า “อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” พึ่งมาปรากฏเอาก็ฉบับ พ.ศ.๒๕๓๔ และฉบับปัจจุบัน

น่าคิดนะครับว่า การเพิ่มถ้อยคำ “อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” มาในรัฐธรรมนูญสองฉบับหลังมีนัยอะไร

ด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ด้วยเจตนาของผู้ร่างหรือไม่ก็สุดแท้แต่ ผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันวางเงื่อนตายไว้ไม่ให้มีการจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ เท่ากับว่าการยกเลิก พ.ร.บ.การปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ไม่ได้ส่งอานิสงส์ให้พรรคคอมมิวนิสต์จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาอยู่ในระบบได้แต่อย่างใด

ผมลองไปสำรวจประเทศอื่นๆที่ปกครองในระบอบระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแบบบ้านเราดูแล้ว พบว่าเค้าไม่ห้ามเรื่องการตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ไว้แต่อย่างใด รัฐธรรมนูญรับรองเสรีภาพการตั้งพรรคการเมืองไว้กว้างๆ ในทางปฏิบัติก็มีพรรคคอมมิวนิสต์ทั้งสิ้น

สหราชอาณาจักร มีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งบริเตน (Communist Party of Britain) พรรคคอมมิวนิสต์แห่งบริเตนใหญ่ (Communist Party of Great Britain) ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพรรคต่อต้านกษัตริย์อย่างออกนอกหน้าถึงขั้นเอามาตั้งเป็นชื่อพรรคคือ Movement Against the Monarchy

สเปนก็มีพรรค Partido Comunista de Espana (PCE)

สวีเดนมีพรรค Communist Party of Sweden (SKP ; SVERIGES KOMMUNISTISKA PARTI)

เดนมาร์กมีพรรคCommunist Party Marxist-Leninist และพรรค Communist Party

ญี่ปุ่นมีพรรคคอมมิวนิสต์ญี่ปุ่น (JCP)

ฯลฯ

(สนใจลองเข้าไปดูที่ http://www.psr.keele.ac.uk/parties.htm#M เป็นเวบไซต์ที่รวมลิงค์ของพรรคการเมืองในทุกประเทศทั่วโลก)

ถ้าความเห็นของผมเป็นจริงก็น่าฉงนใจอยู่ว่าทำไมรัฐธรรมนูญไทยห้ามการตั้งพรรคคอมมิวนิสต์

ผมเห็นว่า การที่รัฐธรรมนูญเราไม่เปิดช่องทางให้มีพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองที่มีความคิดแตกต่างกันอย่างเต็มที่ไม่น่าจะส่งผลดี การบีบให้พรรคคอมมิวนิสต์ (ถ้าหากจะเกิดใหม่อีกครั้ง) ต้องลงไปเล่น “ใต้ดิน” น่าจะเป็นอันตรายต่อสถาบันที่เกลียดขี้หน้าคอมมิวนิสต์ด้วยซ้ำ

ต้องไม่ลืมว่าการรณรงค์การเมือง การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในรูปของกลุ่ม ขบวนการ หรือพรรค เป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานอันควรพึงมีในรัฐประชาธิปไตย

ไม่ได้หมายความเสมอไปว่า หากบ้านเรามีพรรคคอมมิวนิสต์แล้ว สถาบันกษัตริย์จะอันตรธานไป ดังที่ผมยกมา ประเทศที่มีกษัตริย์แบบเรา เค้าเปิดโอกาสให้มีพรรคคอมมิวนิสต์ได้ก็ไม่เห็นว่ากษัตริย์เค้าจะถูกล้มไป มันเป็นอุดมการณ์ทางการเมืองของคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นตรงกันเท่านั้น ซึ่งคนหมู่มากอาจไม่เห็นด้วย ไม่เอาตามก็ได้ เค้าเลือกไม่เลือกก็แล้วแต่

แล้วปัจจุบันกระแสคอมมิวนิสต์ก็ตกลงไปมาก หลายประเทศในยุโรป พรรคคอมมิวนิสต์กลายเป็นเพียงพรรคการเมืองเล็กๆเท่านั้น

เอาเข้าจริงแล้ว พคท. กลับกลายเป็นพรรคการเมืองพรรคเดียวที่มีอยู่ (ตามที่สมาชิกบางคนบอกว่าพรรคยังไม่ได้สิ้นสภาพไป) ที่มีอุดมการณ์ชัดเจน มีกระบวนการดำเนินการทางการเมืองที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่สุด เรียกได้ว่าเห็นชื่อพรรครู้ได้เลยว่าจะมาแนวไหน

เรื่องชื่อพรรคการเมืองบ้านเรานี่ เห็นเหมือนผมมั้ยครับว่ามันช่างลิเกเหลือเกิน ชื่อแต่ละพรรคไม่ได้สะท้อนอุดมการณ์ของพรรคออกมาเลย (อาจเป็นได้ว่าตัวพรรคเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะขวาหรือซ้าย) คนฝรั่งเศสเคยถามผมว่า พรรคไทยรักไทยนี่ชาตินิยมสุดขั้ว ขวาตกขอบ และรังเกียจคนต่างชาติมากเลยใช่มั้ย ผมถามกลับว่าทำไมคิดเช่นนั้น แกตอบผมกลับมาแบบได้ใจมากเลยว่า “ก็ชื่อพรรคน่ะสิ บอกชัดเลยว่า คนเชื้อชาติไทยจะรักแต่คนเชื้อชาติไทย” (สื่อที่นี่แปลตรงๆเลยครับว่า Thaïes aiment Thaïes แปลว่า ไทยรักไทย)

อีกคำถามที่ผมมึนคือ ตอนนี้รัฐบาลที่บ้านยูเป็นขวาหรือซ้าย ผมตอบไม่ถูกทุกที

ผมขอแสดงความเห็นเลยต่อไปอีกว่า เราน่าจะจำกัดความหมายของคำว่า “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ให้ชัด

คำว่าสถาบันกษัตริย์นี่ เราไม่มีนิยามให้ชัดเจนจนมั่วไปหมด

ไม่น่าแปลกใจเลยว่า เอะอะก็หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เอะอะก็จาบจ้วงเบื้องสูง การเคารพสักการะ เทิดทูนบูชา ผมไม่ขัดข้องแต่ประการใด ใครมีรสนิยมเช่นใดก็เชิญทำไปเถิด แต่ที่เราพบเห็นในปัจจุบัน เรามักอ้างเอา “สถาบันกษัตริย์” มาเป็นอาวุธที่ใช้ทิ่มแทงศัตรูในยามที่เราต้องการจัดการใครบางคน ในยามที่เราต้องการบ่อนทำลายชื่อเสียงเกียรติยศ ในยามที่เราต้องการอุดปากไม่ให้ใครแสดงความคิดเห็น หรือในยามที่เราไม่ต้องการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

หากเราไม่ทำให้ชัด คงหนีไม่พ้นหรอกครับที่เราต้องเห็น คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเนื่องจากการติดสติ๊กเกอร์พระราชดำรัส คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจากการที่แพทย์คนหนึ่งเปรียบเปรยบัตรทอง ๓๐ บาทรักษาทุกโรคว่าต่อไปคนไข้เหมือนติดธนบัตรรูปในหลวงเดินเข้าโรงพยาบาลอย่างสบายๆ หรือการอ้างสถาบันกษัตริย์เพื่อมิยอมให้ สตง.เข้าตรวจบัญชีของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หรือกรณีลูกเสือชาวบ้านชุมนุมขับไล่ ส. ศิวรักษ์ออกจากการเป็นคนไทยเพราะไม่จงรักภักดี

ภายใต้บริบทในปัจจุบัน การตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เป็น “รัฐธรรมนูญแบบทุนนิยมเสรีประชาธิปไตยภายใต้ความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์อย่างสุดซึ้ง” คงเป็นได้เพียงความฝันกระมังครับ

19 ความคิดเห็น:

Anonymous บุญชิตฯ กล่าวว่า...

มายอมรับก่อนว่า เป็นคนนิยมเจ้า
แต่เห็นด้วยกับที่ป๊อกเขียนหลายจุด

เล่านิทานแล้วกัน ดีกว่าอยู่เปล่าๆ

บ้านเมืองหนึ่งมีไหศักดิ์สิทธิ์อันหนึ่ง คนกราบไหว้ทั้งบ้านทั้งเมือง
แต่กราบไหว้เพราะ พ่อแม่บอกว่า นี่คือไหศักดิ์สิทธิ์ ห้ามลบหลู่

แต่ไม่มีใครได้เห็นไหนั้นชัดๆ ว่าลวดลายเป็นอย่างไร สวยงามแค่ไหน
แต่ทุกคนรู้ ว่าไหนี้ตั้งอยู่บนหิ้งกลางเมือง
ใครแม้แต่บอกว่า "เฮ้ย ฝุ่นจับ" ก็จะโดนลากไปโบยตีทันที...

ลองนึกว่าคุณเป็นชาวเมืองไหแลนด์ (หรือลาไหลองด์ ตามภาษาฝรั่งเศส)

ถ้าวันหนึ่ง ไหมีอันแตกไป เพราะรอยร้าวที่มองเห็นได้ แต่ไม่มีครกล้ามองชัดๆ หรือแม้แต่คิดจะซ่อม

คนคงไม่เสียดาย อาจจะอุทานว่า "อ้อ แตกแล้ว"

แต่ถ้าเราให้คนสามารถเข้าถึง มองเห็นไหได้ชัดเจน หรือลูบจับได้บางครั้งบางคราว ปัดฝุ่นได้ ซ่อมได้

ความรู้สึก "หวง" น่าจะบังเกิดขึ้น
ว่านี่คือไหของเรา ไหที่สวยงาม ไหนี้ค่าควรเมือง
สมควรรักษาไหศักดิ์สิทธิ์นี้ต่อไปตราบนานเท่านาน

มากกว่าการตั้งไว้ ไม่มีแม้แต่ใครไปเช็ด "ฝุ่น" ที่มันจับในบางมุมจนหมอง จนบางทีมองไม่เห็นรอยร้าว

แต่สิ่งที่ผมคิด ผมว่า ถ้าจะเกิดขึ้นได้ มันต้องมีผู้กล้าเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่โต
ซึ่งไม่รู้ชาตินี้ผมจะได้เห็นไหม...

กลัวแต่ว่า พอไหร้าวมากๆ ประชาชขนชาวไหแลนด์ จะค่อยๆ เชิญไหลงจากหิ้งน่ะสิ...

ที่เล่ามาเป็นนิทาน อ่านเอาสนุก แต่ใครมีปัญญาอ่านแล้วเห็นธรรมก็ขอสาธุ...

เรื่องรื้อฟื้นพรรคคอมมิวนิสต์ ผมว่า "ยาก"
ไม่นับกระบวนการทางศาลรัฐธรรมนูญ (ซึ่งผมต่อบาทเดียว ต่อไวน์ mouton cardet แถมห้กระทืบฟรีสามครั้ง ว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีวันยอมให้ตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ได้หรอก)

แต่มันอยู่ที่ว่า แนวคิดแบบคอมิวนิสต์ ถูกพิสูจน์จนสิ้นสงสัย แล้วว่าไม่เหมาะกับ "จริต" และ "กิเลศ" ของมนุษย์

ก็คงได้แต่เป็นพรรคอัลเทอเนทีฟไป...
และถึงตั้งได้ก็คงมีสภาพไม่ต่างจากสมาคมคนนิยมของเก่า ที่มีสมาชิกจำกัด มาพูดคุยกันเรื่องเก่าๆ ที่เอาท์ไปแล้ว

แต่ให้ตั้งได้ก็ดีครับ
คนเราน่าจะมีสิทธิในการชุมนุมกันพูดจาในสิ่งที่ตนชอบบ้าง...

1:04 หลังเที่ยง  
Blogger PKT กล่าวว่า...

เขียนเรื่องสไตล์หมูๆอีกและนะคะแพทริค เรื่องนี้เถียงกันมาไม่รู้กี่หนแล้ว เด็กรู้ว่าเถียงไม่ชนะหรอก เพราะว่าผู้ใหญ่เป็นครูบาอาจารย์

แต่ขอบอกว่า ชอบเรื่อง ไหศักดิ์สิทธิ์ของคุณบุญชิตมากค่ะ

เด็กนิยมเจ้าเหมือนกัน...

ตอนนี้เรื่องอะไรก็ไม่ใหญ่เท่าเรื่องพระโอรสองค์ใหม่ รอดูกันต่อไป...
อย่าลืมเอาหัวข้อนี้มาสนทนานะคะ...^^

6:05 หลังเที่ยง  
Blogger PKT กล่าวว่า...

ไอ้ "ก่อนเที่ยง หลังเที่ยง" ไรนี่ น่ารักดีอ่าค่ะ
หมูมากไปแล้นๆ...
ไว้ไปทำบ้าง...อิอิ

6:08 หลังเที่ยง  
Blogger Etat de droit กล่าวว่า...

ผมชอบนิทานของคุณบุญชิตมาก

ถ้าเกิดมีคนขอเอาไปสร้างหนังนี่จะขายเท่าไรครับ

แต่สงสัยสร้างเสร็จแล้ว ต่อให้กวาดรางวัลออสการ์ รางวัลคานส์ รางวัลเบอร์ลิน รางวัลเวนิซ รางวัลกินรีทองคำ สารพัดจะรางวัล

บ้านเราคงไม่ให้เข้าฉายมั้งครับ

ผมเห็นด้วยกับพี่บุญชิตที่ว่าศาล รธน.ไม่มีทางยอมหรอก

แต่ถ้าตุลาการบางคนรู้ว่าพี่บุญชิตเดิมพันสูงขนาดนี้ ไม่แน่ๆ อิอิ

ผมก็เชื่อแบบพี่นะว่า มันคงไปกับยุคสมัยไม่ได้ แต่นั่นแหละ อย่างน้อยก็น่าจะให้เค้ารวมตัวเสนอความคิดเค้าได้ ทีน้าหมักกะน้าจืดยังได้ออกทีวีตั้งเยอะ

11:05 หลังเที่ยง  
Anonymous บุญชิตฯ กล่าวว่า...

ฮ่าๆๆ ค่าบทไม่คิดตังค์อ้ะครับ

แต่ถ้าจะกวาดรางวัล น่าจะไม่ได้ออสการ์น่ะ
มันไม่ใช่จริตหนังออสการ์ ... หนังแบบนี้ต้องให้เป็นเอก หรืออภิชาติพงษ์กำกับ

เรื่องศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าเขาจะสนเดิมพันผม คงไม่ใช่ Mouton cardet ขวดละไม่ถึงสิบยูโรหรอก

แต่เรื่องอยากเห็นผมโดนกระทืบน่ะไม่แน่ ... 555

11:32 หลังเที่ยง  
Blogger MinnieBlossom กล่าวว่า...

แล้วถ้าไหอันเดิมแตกไป ชาวเมืองก็ไปเอาไหอันใหม่มาขึ้นหิ้งแล้วหลับหูหลับตากราบไหว้ทำเหมือนเดิมต่อไปละคะ เราว่าเหมือนจะเป็นแบบนั้นนะคะ

12:39 ก่อนเที่ยง  
Anonymous คุยแต่เรื่องไห...(บุญชิตฯ) กล่าวว่า...

ถ้าชาวเมืองตั้งไหของเขาเอง
เขาคงไม่กราบไหว้มั้งครับ
เพราะมันก็ไหพวกเขา เขารู้เช่นเห็นชาติมา
ไม่พอใจ พ่อทุบทิ้งแน่ๆ เพราะเขาไม่รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ หรือต้องยำเกรงอะไร

ด้วยความสัตย์ ผมไม่ชอบไหลักษณะนี้
เพราะธรรมชาติชาวไหไม่เชื่อว่าชาวไหกันเองควบคุมกันเองได้ จึงต้องมีสัญลักษณ์แทนอำนาจ เพื่อควบคุมอำนาจในแดนไหอีกต่อหนึ่งในทางอ้อม เช่นในยามวิกฤติ

(เช่นเมื่อพ่อเมืองไหถูกยามเมืองไหปฏิวัติไล่ลง ยามเมืองจะถือว่าตัวเองละเมิดอำนาจศักดิ์สิทธิ์ ต้องขอขมาต่อไหเสมอ)

ผมชอบไหแบบเดิม ในฐานะเป็นสัญลักษณ์ของไหแลนด์
ซึ่งเอาไว้กราบไหว้ แต่สามารถเช็ดถูได้บ้าง
ปัดฝุ่นได้บ้าง
แต่ไม่ถึงขนาดเอามาใช้ตรากตรำเท่านั้นเอง...

เราพูดถึงไหแลนด์นะ... ประเทศสมมติ...

1:05 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ปริเยศ กล่าวว่า...

วันนี้มาอ่านทัศนะนักฏหมาย ทั้งพี่บุญชิตฯพี่กล้าของผมและ คุณป็อก ...

สำหรับเรื่องของ ไห ถ้าต้องการจะให้มีไหอยู่ ทางออกต่อไปมี2ทาง
1)เป็นไหที่ไม่มีใครสนใจ วางไว้อยู่สูงอยู่ส่วนของไหไม่เกี่ยวกับใครใดๆทั้งนั้น ดังเช่นไหของยุ่นปี่
2)เป็นไหธรรมดา ดังเช่นไหของ สเปน อังกฤษ นอร์เวย์ แต่ไหดังกล่าวต้องแตะได้ ตรวจสอบรอยร้าวได้ เสียภาษีได้และอยู่ใต้กฏหมายจริงๆ

6:18 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ปริเยศ กล่าวว่า...

พิเศษสำหรับไหในประเทศไหแลนด์ ผมคิดว่าความศักดิสิทธิ์ของไหสัมพัทธิ์กับตัวบุคคล ไม่ใช่ระบบไหที่ศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ขึ้นกับอะไรเลย ลองตัวบุคคลเปลี่ยนไป ระบอบไหศักสิทธิ์สั่นคลอน เตรียมรับมือวันนี้ดีกว่า ผมว่านักฏหมายมหาชนมีงานทำเยอะเลยล่ะ

6:24 ก่อนเที่ยง  
Blogger pin poramet กล่าวว่า...

ระวังจะโดนไหตีหัวกันหมด

7:39 ก่อนเที่ยง  
Anonymous บุญชิตฯ กล่าวว่า...

ไหยุ่นปี่นี่น่าสงสาร... ไม่มีใครสน ไม่มีใครหวง
ตั้งไว้ รอวันผุพังไปตามธรรมดา

แต่อย่างไหยุโรปนี่ก็เกินไป นอกจากคนไม่กราบไหว้แล้ว
ยังแทบจะขายบัตรเข้าชมกันเลย

ไหของดินแดนไหแลนด์แดนศิวิไลซ์ ผมว่าเป็นไหบนทางสายกลาง

และผมอยากให้มีภาพนี้ต่อไป...

แต่แนวโน้มที่ไม่ดีในพักหลัง และผมว่าจะส่งผลให้เกิดปัญหากับระบบไห คือ

1. คนที่เฝ้าไหใกล้ชิด พยายามสร้างสภาวะ ห้ามแตะ ห้ามมอง ให้แก่ไห และอ้างไหในข่มขู่คนที่ไม่เห็นด้วย หรือพยายามอ้างว่า เพราะตัวนั้นเป็นผู้พิทักษ์ไห ตนจึงมีอาญาสิทธิที่คนอื่นไม่มี... พวกนี้จะทำให้ภาพของไหในสายตาคนทั่วไปเป็นภาพอันน่ากลัว หนักๆเข้าอาจจะรู้สึกว่า อย่ามีมันเลยไห มีแล้วยุ่งยากฉิบ...
(ผมเคยคุยเรื่องนี้ไว้แล้วในกระทู้คุณน้ำปลา...เอ้อ สมาชิกดินแดนไหที่พยายามสร้าง "ไหปลอม" เอาไหน้ำปลามาโมเมว่าเป็นไหศักดิ์สิทธิ์)

2. ไหบางใบมีอะไรเกินงามไปหน่อย... จนคนนึกลบหลู่ความศักดิ์สิทธิ์ เพราะรู้สึกว่า ไหศักดิ์สิทธิ์ก็เท่านั้น เหมือนไหตามบ้านเราทั่วไป หรือการบำรุงดูแลไหสร้างภาระให้ประชาชนจนเกินสมควร...

ผมว่าถ้าไม่แก้ปัญหาสองอันนี้ ... สักวันชาวไหแลนด์ต้องทบทวนเรื่องการตั้งและที่ตั้งไหแน่ๆ

จริงๆผมอยากเขียนเรื่องนี้เชิงวิชาการ ในฐานะคนรักไห ห่วงไหนะ แต่ไม่กล้าว่ะ... ไม่ใช่กลัวไหหรอก กลัวพวกคนเฝ้าไหน่ะสิ แสบๆทั้งนั้น...

8:14 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ปริเยศ กล่าวว่า...

เห็นด้วยกับพี่บุญชิต คนเฝ้าไห นี่ตัวแสบ คอยหากินหาประโยชน์จากไห เพราะฉะนั้นไอ้เรื่องไหตีหัวผมไม่กลัวหรอกครับคุณปิ่น กลัวแต่พวกเฝ้าไหนี่สิ

11:51 ก่อนเที่ยง  
Blogger Etat de droit กล่าวว่า...

ผมงงมากๆ

ทำไมความเห็นของพี่บุญชิตอันรองสุดท้ายก่อนคุณปริเยศ หายไปไหน

งง

ผมไม่ได้แตะต้องอะไรเลย

เมื่อวาน เพื่อนผมคนนึงก็บอกว่าความเห็นเค้าในบล็อกผมก็หายไป

หรือว่าอาถรรพ์ของไหหว่า?

4:13 หลังเที่ยง  
Blogger Etat de droit กล่าวว่า...

อ้าว ความเห็นพี่บุญชิตกลับมาละ

ใครรู้มั่งว่าเป็นเพราะอะไร

คนโลว์เทคอย่างผมมงงครับ

4:14 หลังเที่ยง  
Blogger Etat de droit กล่าวว่า...

ผมเข้าไปแก้ไขบล็อกของวันที่ ๓ พ.ค.นี้ สองจุดครับ

จุดแรก เรื่องคอนเสิร์ตเพลงปฏิวัติ ตอนแรกผมจำสับสนคิดว่าจริงๆจัดที่ มธ. แต่จริงๆจัดที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ

จุดที่สอง ผมเพิ่มลิงค์วารสารไฟล่ามทุ่งที่ไปสัมภาษณ์ลุงธง เค้าลงบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ลองเข้าไปอ่านกันดูถึงทัศนะแกในเรื่องนี้

ผมอ่านที่ลุงธงสัมภาษณ์และฟังจากอดีตสมาชิก พคท ที่ว่าคงต้องปรับกันก่อนเพื่อให้ถูกกฎหมาย

ผมคิดว่า ประเด็นอาจติดที่ชื่อ พคท มั้งครับ

คำว่า "พคท" มันฟังแล้วดูเหมือนปีศาจในสายตาของคนบางกลุ่ม

แต่ถึงจะเปลี่ยนชื่อ เค้าก็รู้กันอยู่ดีนี่ครับว่าแกนนำทั้งหลายมีที่มาที่ไปอย่างไร คิดยังไงก็คิดไม่ออกครับว่าจะทำยังไงดีถึงจะตั้งได้ตามกฎหมายปัจจุบัน

สงสัยคงต้องประกาศชัดๆเป็นนโยบายของพรรคมั้งครับว่า ข้อ ๑ พรรคจะจงรักภักดีกับสถาบันกษัตริย์

9:47 หลังเที่ยง  
Blogger Etat de droit กล่าวว่า...

ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

9:52 หลังเที่ยง  
Blogger Etat de droit กล่าวว่า...

ความเห็นเมื่อกี๊ ผมไม่ได้แสดงความเห็นอะไร แค่ลองเทสต์ดู และจะลองลบความเห็น

ปรากฏว่า แค่จิ้มที่ถังขยะมันก็ลบได้เลย

งงครับว่าผมคนเดียวที่ลบได้ หรือคนที่เข้ามาชมก็ลบได้ด้วย

ใครรู้มั่งบอกผมที...

9:57 หลังเที่ยง  
Blogger Etat de droit กล่าวว่า...

งงอีกแล้ว ข้อความที่ผมแก้ในบล็อกของวันที่ ๓ พ.ค.นี้ กับชื่อหัวข้อที่ผมเติมไปว่า "เราจะมีพรรคคอมมิวนิสต์ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้หรือไม่"

มันหายไปไหนอ่ะ

เมื่อ ๑๐ นาทีที่แล้วยังมี

หรืออาถรรพ์ไหของพี่บุญชิตจะมีจริงๆ

10:17 หลังเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

หากมีได้จริง ตั้งได้จริง จะดีมาก เพราะควรมีทางเลือกให้คนได้ตัดสินอีกทางหนึ่ง หากตั้งได้จริงจะขอเป็นสมาชิกด้วยคน

6:00 ก่อนเที่ยง  

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก