วันเสาร์, กันยายน 01, 2550

๔ เดือน ๓ สัปดาห์ ๒ วัน

ปี ๑๙๘๗ ในโรมาเนีย ก่อนระบอบเชาเชสคูจะล่มสลายสองปี

นักศึกษาสาวสองคนต้องเผชิญหน้าวิกฤตครั้งยิ่งใหญ่ของพวกเธอ คนหนึ่งท้อง ๔ เดือน ๓ สัปดาห์ ๒ วัน และต้องการทำแท้ง (Gabita) อีกคนหนึ่งต้องช่วยเพื่อนทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ทำแท้ง (Otilia)

Otilia ต้องวิ่งเต้นหาห้องพักในโรงแรมเพื่อใช้เป็นสถานที่ทำแท้ง รวบรวมเงิน ติดต่อผู้รับหน้าที่ทำแท้งเถื่อน ตลอดจน ... (อันนี้ชมในภาพยนตร์เอาเอง)

ในขณะที่ Gabita เป็นคนอ่อนแแอ ไร้เดียงสา ขี้กลัว และการโกหกของเธอ ทำให้ Otilia ต้องรับความเดือดร้อน

Bébé คนรับหน้าที่ทำแท้ง เป็นตัวละครที่แสดงถึงความเป็นเผด็จการ เขาสามารถกำหนดเกมได้ เพราะชะตากรรมของสองสาวอยู่ในมือของเขา

หนังฉายให้เราเห็นบรรยากาศช่วงท้ายๆของระบอบเชาเชสคูว่า แม้ระบอบนี้จะล่มสลายอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม ๑๙๘๙ แต่ในความเป็นจริงคอมมิวนิสต์ในโรมาเนียได้ทยอยตายไปก่อนหน้านั้นแล้ว และกำลังจะถูกแทนที่โดยธุรกิจ ผู้มีอิทธิพล และมาเฟีย

เช่น สาวๆวัยรุ่นหันมาสนใจใช้ผลิตภัณฑ์เสริมความงามนำเข้าจากต่างประเทศ ชมภาพยนตร์จากต่างประเทศ สูบบุหรี่เคนท์ การลักลอบขายบุหรี่เถื่อน การติดสินบนในทุกระดับแม้กระทั่งพนักงานโรงแรม

ผมชอบอยู่สี่ฉาก

หนึ่ง ช่วงเปิดเรื่อง ที่ฉายถึงนักศึกษาสาวๆสนใจสินค้าใหม่ๆ มีการยกชื่อยี่ห้อของสินค้าเหล่านั้น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ให้เห็นถึงความพ่ายแพ้ของระบอบเก่า (คล้ายๆเรื่องกู๊ดบาย เลนิน)

สอง การต่อรองกันระหว่าง Bébé Otilia และ Gabita ในโรงแรม ผมเดาเอาเองว่าหนังคงต้องการถ่ายทอดความเป็นเผด็จการของเชาเชสคูลงบนตัวของ Bébé และให้ Otilia เป็นตัวแทนของความเป็นกบฏและการท้าทายต่ออำนาจเผด็จการ

สาม ฉากบนโต๊ะอาหาร ในงานเลี้ยงวันเกิดของแม่แฟนของ Otilia) เจตนาทำให้คนดูอึดอัดอย่างยิ่ง ราวกับว่าเราเข้าไปเป็น Otilia และ แฟนของ Otilia เสียเอง

สี่ ฉาก Otilia วิ่งกลับมาโรงแรมเพื่อมาดูอาการของ Gabita และฉากนำซากเด็กไปทิ้ง ด้วยกล้องที่สั่นไหวตลอดและความมืด ทำให้ผู้ชมอึดอัดได้ไม่แพ้กัน

โรมาเนียออกกฎหมายให้การทำแท้งผิดกฎหมายในปี ๑๙๖๖ แต่การทำแท้งเถื่อนก็ยังปรากฏอยู่มาก จากการสำรวจพบว่าตลอดระยะเวลาที่ใช้บังคับกฎหมายปี ๑๙๖๖ นั้น มีผู้หญิงเสียชีวิตจากการทำแท้งเถื่อนถึง ๕ แสนคน

ภายหลังการล่มสลายของระบอบเผด็จการ-คอมมิวนิสต์ โรมาเนียได้ออกกฎหมายอนุญาตให้ผู้หญิงทำแท้งได้ทันที ปัจจุบัน โรมาเนียเป็นประเทศเดียวในยุโรปที่อัตราการทำแท้งสูงกว่าการเกิด (ปี ๒๐๐๓ มีการทำแท้งรวม ๒๓๐,๐๐๐ รายในขณะที่มีการเกิด ๒๑๒,๔๕๙ คน)

4 Luni, 3 Saptamini Si 2 Zile กำกับโดย Cristian Mungiu ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลกานส์ ๒๐๐๗

................

โดยส่วนตัว ผมสนับสนุนให้มีการแก้ไขกฎหมายเสียใหม่ เปิดโอกาสให้หญิงสามารถทำแท้งได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่จริงเสมอไปที่บอกกันว่าหากอนุญาตให้ทำแท้งได้ อัตราการทำแท้งจะมากขึ้น เพราะ คงไม่มีใครอยากไปขึ้นขาหยั่ง นั่งแหกขาให้หมอทำแท้ง นอกจากว่าเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ การทำแท้งเถื่อนยังทำให้ผู้หญิงต้องเสี่ยงกับมาตราฐานความปลอดภัยของผู้ทำแท้งอีกด้วย

ผมเคยเขียนเล่าเรื่องกฎหมายการทำแท้งในยุโรปไว้คร่าวๆในบล็อกเมื่อสามปีก่อน
http://etatdedroit.blogspot.com/2005/05/un-enfant-si-je-veux-quand-je-veux.html

มีหลายความเห็นน่าสนใจเหมือนกัน

10 ความคิดเห็น:

Anonymous ... กล่าวว่า...

so stress !

2:20 หลังเที่ยง  
Anonymous Soulseeker กล่าวว่า...

ผมเห็นด้วยกับการเอาสิ่งที่ศรีวิจัญไร เข้าสู้ระบบ

ดึงยอดน้ำแข็งผุดขึ้นมา เหนือน้ำ แสดงตน ปรากฎการดำรงอยู่ของมัน เห็นภูเขาสะพรึงที่ซ่อนตัวอยู่

ภูเขาที่ทับถมจาก กาม กิเลส ตัณหา เอาให้เห็นชัดๆกันดีกว่า

รู้สึกบ้านเรามีหลายเทือกเสียด้วย

อย่างน้อยที่สุดได้เห็นเต็มตา จะทำอะไรก็ว่ากันต่อไป

ดีกว่าเอาหัวปักดินหนีปัญหา ถือสากกันจนเป็นวัฒนธรรมระดับชาติ

It's hard being Thai citizen while we are able to access to YouTube (lifted the ban under certain conditions) or Google.

555

ชอบครับพี่ ดีครับท่าน

ชิลล์ๆ

10:30 ก่อนเที่ยง  
Blogger Nisita กล่าวว่า...

ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายทำแท้งค่ะ
เพราะว่าเป็นการอนุญาตให้ฆ่าคนโดยเจตนา
ชีวิตมนุษย์เกิดขึ้นตั้งแต่ปฏิสนธิ
ถ้าบอกว่า คนไทยทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน
เด็กคนนั้นที่อยู่ในท้องเค้ายังไม่นับว่าเป็นคนไทยหรือ
ไม่ว่าแม่หรือใครก็ไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะตัดสินว่า
เค้าควรจะออกมาดูโลกหรือไม่

แม้จะบอกว่าเป็นแค่ก้อนเลือด
แต่เค้าก็เป็นมนุษย์แล้ว ขาดแค่อวัยวะให้ครบ
ถ้าแบบนั้นแล้วเราก็มีสิทธิ์ตัดสินฆ่าคนพิการก็ได้
เพราะว่าเค้าก็มีอวัยวะไม่ครบเหมือนเด็กในท้อง

แม่ที่ทำพลาดไปเองนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบ
ร่วมกับพ่อมันที่ไม่รู้ว่าควรจะเรียกพ่อได้หรือเปล่า
ตอนสนุกกันก็สนุกกันสองคน พอเด็กโผล่มาก็ฆ่ามันทิ้ง
แล้วก็ไปสนุกกันต่อไปเรื่อยเปื่อย
แล้วสังคมเราก็ฟอนเฟะเ้ข้าไปอีก
เพราะสังคมเราก็จะเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรกับการกำจัดเลือดทิ้งสักก้อน
หรือรีดลูกทิ้งสักคน

พวกที่ยินดีขึ้นขาหยั่งมีค่ะ ไม่ใช่ไม่มี เยอะด้วย

เป็นเฟมินินค่ะ ไม่ใช่เฟมินิสต์
เพราะงั้นไม่เห็นใจผู้หญิงที่ทำอะไรลงไปแล้วไม่รับผิดชอบ
แล้วจะมาให้สังคมเห็นใจ ขอทางออกที่ไม่โดนสังคมว่า ไม่ถูกต้อง
ถ้าผู้่หญิงคนนั้นไม่ได้สำนึกตั้งแต่ตอนทำแล้วว่า
ตัวเองพร้อมจะมีลูกหรือไม่มี เค้าก็ควรจะรับผิดชอบการกระทำของเค้า

คนไทยเรางอแงไม่ค่อยรับผิดชอบการกระทำของตัวเองกันมากพอแล้ว
อย่าไปเพิ่มมันขึ้นมาอีกเลย

12:13 หลังเที่ยง  
Anonymous web master กล่าวว่า...

เบื่อพวกนักวิชาการกฎหมาย วันๆไม่ทำส้นตีนอะไรเลยเก่งแต่ปากเห่าไปวันๆๆ แบบพวกอาจารย์ยิ่งตัวดีเลย พูดแล้วไม่ทำ ไม่รู้จะเรียนไปทำห่าไร วิชาโกงพวกเนี่ย เหนื่อยใจกับนักกฎหมายไทยจริงๆ

8:40 หลังเที่ยง  
Blogger Crazycloud กล่าวว่า...

ศิวิไลซ์ เสรีแบบตะวันตก
ระบบโลกี ที่ไม่รู้จัก
กรรมเวร

ด้วยความรัก ต่อเจ้าของบล็อก
การที่ท่านจับปากกา แล้วมีคนฟังท่านเยอะๆนั้น
หากท่านใช้ก่อกรรมดี ความเจริญย่อมตกแก่ท่านไม่มีที่สิ้นสุด
และในทางตรงกันข้าม.......

ไปศึกษาที่ตะวันตก อย่าล้าหลัง
เพราะตะวันตก เขาไปถึง
ควอนตัม แมคานิก
ที่อธิบายเรื่องศาสนา และกฎกรรมกันแล้ว

โลกาจะวินาศ ข้าพเจ้าได้แต่แผ่เมตตา เท่านั้นแล

7:54 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เห็นด้วยกับ web master ไอ้พวกใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาโกงบ้านโกงเมืองเป็นเสมือนปลิง คอยดูดเลือด กรรมเวรมีจริงมันจะสนอง ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ พวกจัญไร

10:22 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ข้างบนน่ะไม่เนียนนะน้องนะ
สำนวนยังไม่ค่อยเปลี่ยนนัก
แหม่ บล๊อกร้างมาเกือบอาทิตย์
อยู่ดีๆ มีเพิ่มมาสามอันในวันเดียว
แถมแนวทางเดียวกัน สำนวน และวิธีคิด
แบบเดียวกัน

อยากเล่นเป็นผีนี่ ฝึกปรืออีกนิด

7:04 หลังเที่ยง  
Anonymous โซลซีคเพ้อเจ้อ กล่าวว่า...

เมื่อภูเขาโผล่ขึ้น การจัดการก็ง่ายขึ้น

ผิดตรงไหนทำให้การทำแท้ง ถูกกฎหมาย (แต่กำหนดกรอบและเงื่อนไขให้ชัดเจน)

ถามว่าทำแท้งเถื่อน มีหรือไม่

การแก้ปัญหาหนึ่งปัญหาใดผมยังมองว่า ทุกอย่างมี3กรอบให้มอง ในระดับราบของเวลา คือ

1.สั้น 2.กลาง 3.ยาว

ระดับแนวตั้งของเรื่องสารพัดที่ครอบมนุษย์ หรือที่มนุษย์กดทับอยู่

1.ตัวเอง 2.ครอบครัว 3.แล้วก็กรอบสังคมต่างๆ

ไม่ใช่บอกว่าการทำแท้งไม่ถูกต้อง แต่ไม่มีมรรค

จบแห่อะดิ

ชอบตัดสินว่าถูก ผิด แต่ไม่ค่อยแก้หรือสะสางปัญหากันเนอะคนบ้านเรา

ส่วนเรื่องธรรม นี่คงต้องรวมพลังกันอย่างพลิกโลก กว่าที่จะพามรรคสู่ธรรม เป็นเส้นทางหลักของถนนสายชีวิต

เหนื่อย แต่ถ้ามีเพื่อนพ้องน้องพี่ คงเพลิน

ผมชอบสังสรรค์

แฮ่ะๆ

เด็กปัญญาอ่อน

1:57 หลังเที่ยง  
Blogger Tier Etat กล่าวว่า...

เรื่องการทำแท้งในประเทศไทยน้ถกเถียงกันมานานแล้ว ความจริงเราน่าจะเอาตัวเลขมาพูดกันเลยดีกว่าว่าสาวไทยในแต่ละปี
มีจำนวนเท่าไรที่เสียชีวิตจากการทำแท้งเถื่อน ผมเคยทำรายงานเรื่องนี้สมัยเรียน ทำไปก็สลดไป ปัญหามีอยู่แต่คนไทยไม่ยอมรับความจริง ความจริงที่ทุกคนรู้ แต่ไม่ยอมรับ
หากผู้หญิงเลือกได้เขาคงไม่เลือกทำแท้งหรอก บ้านเมืองเราให้โอกาส หญิงไม่มีสามี เด็กไม่มีพ่อแค่ไหน ใช่เราอยากรักษาชีวิตเด็กด้วยการห้ามทำแท้ง ในทางกลับกันผมคิดว่าต้องคำนึงถึงผลของการรักษาไว้ด้วย
เช่น ให้โอกาสการศึกษาแก่เด็ก(ที่ถูกทิ้งหรือไม่ก็ตามแต่)ต้องให้ค่าใช้จ่ายเป็นค่าเลี้ยงดูบุตรด้วย

ปัญหาที่ทำผมสลดคือ คนที่ตัดสินใจเก็บเด็กไว้ แต่ไม่มีปัญญาเลี้ยงดู กฎหมายห้ามทำแท้ง สังคมประณามหญิงทำแท้ง แต่พอหญิงนั้นเก็บเด็กไว้ สังคมกลับทอดทิ้ง
สรุปคือ่ หากไม่ให้ทำแท้งก็อย่าสักแต่ห้าม หาทางออกให้เขาด้วย

7:27 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ..... กล่าวว่า...

กฏหมายทำแท้งมาโดด ๆ ไม่ได้
ต้องมาคู่กับนโยบายการวางแผนครอบครัวและการคุมกำเนิดที่ชัดเจน

อย่าเอาเรื่องกรรมมาจับ จบทันที
แล้วถ้าจะเอามาจับจริง ๆ ก็ช่วยมองในมุมที่กว้าง ๆ
มองไปถึงกรรมที่มันจะเกิดกับตัวเด็กที่เกิดมาแล้วไม่มีใครเหลียวแล
มองไปถึงกรรมของผู้หญิงที่ต้องไปหาคลีนิคทำแท้งเถื่อนเพราะไม่มีที่จะไป
มองไปถึงกรรมของรัฐ ที่ต้องรับผิดชอบดูแลเด็กกำพร้ามากมายที่เกิดขึ้นมาทุกวัน ๆ

ประเทศที่เค้าเปิดเสรีทำแท้ง ไม่ใช่นับ 1 2 3 แล้วเดินขึ้นขาหยั่ง
มันมีกระบวนการ ขั้นตอน ทั้งก่อน ทั้งหลังการทำแท้ง

เปิดแล้วมันแก้ปัญหาได้มากมาย
อย่าไปคิดว่ามันมีไว้เพื่อรองรับคนกลุ่มเดียว
ผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์มันมีสาเหตุได้ 108 อย่าง

สรุป เห็นด้วยกับจขบ.

7:11 หลังเที่ยง  

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก