วันอาทิตย์, มิถุนายน 18, 2549

เลอแปนนิสม์กับทีมชาติฝรั่งเศส


ฌอง-มารี เลอแปน เป็นนักการเมืองขวาตกขอบ หัวหน้าพรรค Front national มีนโยบายชาตินิยม เชิดชูเชื้อชาติฝรั่งเศส ต้องการขับไล่คนสัญชาติอื่นที่มิใช่ฝรั่งเศสแท้ๆออกไปจากประเทศ เลอแปนมองว่าคนเชื้อชาติอื่นที่เป็นอาณานิคมเก่าของฝรั่งเศสหรือคนที่ขอลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศสมักทำตัวเป็น “กาฝาก” คอยใช้สวัสดิการที่รัฐจัดให้ แต่กลับไม่ทำประโยชน์ให้ฝรั่งเศสเลย ยิ่งไปกว่านั้นกลับก่อความไม่สงบอีกด้วย

เลอแปนลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีหลายครั้ง แต่ละครั้งก็ได้รับคะแนนินยมสูงขึ้นเรื่อยๆ การเลือกตั้งปี ๒๐๐๒ ในการลงคะแนนครั้งแรก เลอแปนได้ไปถึงร้อยละ ๑๖.๙๕ รองจากฌาคส์ ชีรัค ที่ได้ไปร้อยละ ๑๙.๗๑และชนะลีโอแนล จอสแป็ง ผู้สมัครตัวเต็งจากพรรคสังคมนิยมและนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นที่ได้ไปร้อยละ ๑๖.๑๒ ทำให้เลอแปนได้เข้าไปดวลกับชีรัคในการลงคะแนนรอบสอง ซึ่งชีรัคก็ชนะไปขาดลอย การแพ้ของเลอแปนไม่สำคัญเท่ากับความนิยมของเลอแปนที่ได้เพิ่มมากขึ้น สังเกตได้จากการลงคะแนนครั้งที่สองซึ่งเลอแปนได้ไปถึงร้อยละ ๑๗.๘๕

กล่าวสำหรับฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส แต่ไหนแต่ไร พลพรรคเลส เบลอส์ ล้วนแล้วแต่มีผิวขาวมาตลอด อาจมีบ้างที่มีเชื้อชาติอื่นมาผสม แต่ก็ไม่พบนักเตะที่มีผิวสีเท่าไรนัก จนกระทั่งมาถึงยุคปลายทศวรรษที่ ๗๐ ต่อต้นทศวรรษที่ ๘๐ มาริอุส เทรซอร์นักเตะจากเกาะกัวเดลู้ป (ถือเป็นส่วนหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส) ก็ข้ามน้ำข้ามทะเลมาค้าแข้งในลีก เอิง จนติดทีมชาติฝรั่งเศส เทรซอร์เป็นกองหลังชั้นดี เคยเล่นให้กับโอลิมปิก มาร์เซย์และบอร์โดซ์ ติดทีมชาติตั้งแต่ ๑๙๗๑ ถึง ๑๙๘๓ รวม ๖๕ นัด ซัดไป ๔ ประตู เป็นหนึ่งในนักเตะชุดที่ ๔ ฟุตบอลโลก ๑๙๘๒

ในช่วงต้นทศวรรษที่ ๘๐ ขุนพลตราไก่ก็มีนักเตะผิวสีเข้ามาร่วมทีมอีกคน คือ ฌอง ติกาน่า หนึ่งในกองกลาง “สี่เหลี่ยมมหัศจรรย์” ชุดแชมป์ยูโร ๑๙๘๔ และอันดับสามฟุตบอลโลก ๑๙๘๖ ร่วมไปกับ มิเชล พลาตินี่, อแล็ง ชิแรส และหลุยส์ แฟร์น็องเดซ

ติกาน่าเป็นกองกลางตัวรับจอมขยัน เกิดที่ประเทศมาลี และอพยพเข้ามาฝรั่งเศสตั้งแต่อายุ ๓ ขวบ โด่งดังสุดขีดเมื่อตอนค้าแข้งให้กับบอร์โดซ์ ติดทีมชาติตั้งแต่ ๑๙๘๐ ถึง ๑๙๘๖ รวม ๕๒ นัด

จากนั้นเป็นต้นมานักเตะผิวสีและนักเตะที่ไม่ได้มีเชื้อชาติฝรั่งเศสโดยแท้ก็เริ่มติดทีมชาติกันอย่างไม่ขาดสาย ไล่ไปตั้งแต่แบร์นาร์ ลาม่า, บาซิล โบลี่, โจซแล็ง อองโกลม่า, มาร์แซล เดอไซยี่, คริสติย็อง การอมเบอ จนมาถึงยุคปัจจุบันอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน, ปาทริค วิเอร่า, เธียร์รี่ อองรี, ลิลิยอง ตูราม

ในฟุตบอลโลก ๑๙๙๘ ที่ฝรั่งเศสเป็นแชมป์นั้น มีนักเตะที่ไม่ใช่ฝรั่งเศสแท้ๆถึง ๑๓ คนจาก ๒๓ คน ใน ๑๑ ตัวจริง มีเพียงฟาเบียง บาร์เตซ, โลร็องต์ บล็องก์, เอ็มมานูแอล เปอตีต์, ดิดิเยร์ เดสช็องส์ และคริสตอฟ ดูการ์รี่ เท่านั้นที่เป็นฝรั่งเศสโดยสายเลือด

ที่เหลืออย่าง ลิลิยอง ตูรามก็เกิดที่เกาะกัวเดลู้ป, มาร์แซล เดอไซยี่ก็เป็นคนกาน่า, บิเซนเต้ ลิซาราซูก็มีเชื้อสายแคว้นบาสก์ในสเปน, คริสติย็อง การอมเบอ ก็เกิดที่เกาะนิว คาเลโดเนียในมหาสมุทรแปซิฟิก, ซีเนอดีน ซีดานก็เกิดจากครอบครัวที่อพยพมาจากแอลจีเรีย, ยูริ จอร์เกฟก็มีพ่อเป็นพวกคัลมุกส์ (คนมองโกลในรัสเซีย) ส่วนแม่ก็เป็นคนอาร์เมเนีย พวกตัวสำรองอย่างปาทริค วิเอร่าก็เป็นคนเซเนกัลโดยกำเนิด, โรแบร์ ปิแรส ก็มีพ่อเชื้อสายโปรตุเกส, เธียร์รี่ อองรีก็มีครอบครัวที่มาจากเกาะกัวเดลู้ป, ดาวิด เทรเซเก้ตก็มีพ่อเป็นคนอาร์เจนติน่า

เลอแปนเคยกล่าวว่า ทีมชาติฝรั่งเศสในยุคสมัยนี้ถูกยึดครองโดยคนที่ไม่ใช่ฝรั่งเศสไปหมดแล้ว เมื่อฮอลแลนด์เตะกับฝรั่งเศส เขาเห็นนักฟุตบอลยุโรปไม่ถึงครึ่ง ฟุตบอลยูโรในสมัยนี้จึงไม่ใช่ฟุตบอลของชาวยุโรปแท้ๆ แต่กลับมีคนชาติอื่นมาร่วมบรรเลงเพลงแข้ง

จากรายชื่อ ๒๓ ขุนพลตราไก่ชุดทำศึกฟุตบอลโลก ๒๐๐๖ มีถึง ๑๗ คน ที่ไม่ได้เป็นคนฝรั่งเศสแท้ๆ แต่มีเชื้อชาติอื่นปะปน บ้างผิวสีเข้มมาก บ้างเข้มน้อยลงมา บ้างก็เป็นอดีตอาณานิคมเก่า บ้างก็โอนสัญชาติมา ดังนี้ เอริค อบิดัล, ฌอง อแล็ง บูมซง (แคเมอรูน), ปาสกาล ชิมบงด้า (กัวเดลู้ป), วิลเลียม กัลล่าส์ (กัวเดลู้ป), มิคาแอล ซิลแวสตร์, ลิลิยอง ตูราม (กัวเดลู้ป), วีกาช โดราซโซ (มอริเชียส), อาลู ดิยาร่า (มาลี), โคล้ด มาเกเลเล่ (คองโก), ฟลอร็องต์ มาลูด้า (กายอาน่า), ปาทริค วิเอร่า (เซเนกัล), ซีเนดีน ซีดาน (แอลจีเรีย), ฌิบริล ซิสเซ่ (โค้ตดิววัร์), ซิดเนย์ โกวู, เธียร์รี่ อองรี (กัวเดลู้ป), หลุยส์ ซาห์, ดาวิด เทรเซเก้ต์ (อาร์เจนติน่า) และซิลแว็ง วิลตอร์

ต้องยอมรับว่าพลพรรคเลส เบลอส์ อยู่ได้ทุกวันนี้ก็ด้วยลำแข้งของคนที่ไม่ใช่ฝรั่งเศสแท้ๆ หากยึดคติตามที่เลอแปนเสนอมา เห็นทีว่าฝรั่งเศสชุดนี้ คงเหลือนักเตะเพียงแค่ ฟาเบียง บาร์เตซ, เกรกอรี่ กูเป้ต์, มิคาแอล ล็องโดร, วิลลี่ ซาโยล, กาแอล ชิเวต์, ฟร้องค์ ริเบรี่ แถม ๖ คนนี้ ๓ คนเป็นผู้รักษาประตูเสียอีก

ที่น่าแปลกใจ นัดเปิดสนาม ฝรั่งเศสเจอสวิตเซอร์แลนด์ นักเตะที่ไม่ใช่ฝรั่งเศสโดยสายเลือดกลับร้องเพลง Le Marseillaise เต็มเสียง แต่นักเตะฝรั่งเศสพันธุ์แท้อย่างบาร์เตซ ซาโยล และริเบรี่กลับไม่เปิดปากแม้แต่น้อย

ไม่แน่ใจว่า ฌอง – มารี เลอแปน จะเชียร์ฝรั่งเศสในฟุตบอลโลกครั้งนี้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ เลอแปนนิสม์เอามาใช้กับฝรั่งเศสเมื่อไรคงโกลาหลไม่เบา เพราะนอกจากทีมชาติฝรั่งเศสจะกลายเป็นทีมเกรดสองในวงการฟุตบอลแล้ว ผมเองก็อาจถูกตัดทุนและถูกไล่กลับบ้านได้เหมือนกัน

2 ความคิดเห็น:

Blogger Mr.GELGLOOG กล่าวว่า...

แต่ฝรั่งเศสทีนี้

ดูท่าจะเป็น ไก่ติดไข้หวัดนกนะเนี่ยยย

6:38 หลังเที่ยง  
Anonymous etat c'est moi กล่าวว่า...

คนกัวดาลู้ปนี่เตะบอลเก่งหลายคนจัง

ถ้ารวมเป็นทีมชาติคงน่ากลัวน่าดู

5:08 ก่อนเที่ยง  

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก