วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 24, 2549

วนเวียน เวียนวน

ต้นเดือน สค ยังเริงร่า มีความสุขอยู่เลย

สุดสัปดาห์ก่อนก็ยังแฮปปี้นะ

มาถึงวันจันทร์ ก็เฮิร์ทไปหนึ่งเรื่อง

มาวันนี้ วันพฤหัสที่ ๒๔ สค ก็เฮิร์ทไปอีก เป็นเรื่องที่สองในรอบไม่กี่วัน

ไม่ได้โศกมากมาย

แต่เซ็งๆ และเข้าใจอะไรๆมากขึ้น

ทั้งหมด คงไม่มีเหตุอื่นใด นอกจากเหตุที่ตัวผมเอง

จะว่าไป...

ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ผมเจอจนเคยชินซะแล้ว

อาจเป็นไปได้ว่า หากผมไม่เปลี่ยน ก็คงต้องเจอแบบนี้อยู่ร่ำไป

ความเจ็บปวดอาจเป็นยาที่ถูกโรคกับผมก็เป็นได้

...........

ปีนี้ครบรอบ ๓๐ ปี ๖ ตุลา ๑๙

กงล้อประวัติศาสตร์อาจเวียนมาบรรจบอีกรอบ

บริบทต่างไป แต่ประเด็นที่จุดความรุนแรงก็ยังคงเป็นประเด็นเดิม

หรือสังคมไทยไม่เคยเรียนรู้อะไรเลย

อย่าว่าแต่จะไม่มีเสรีภาพทางความคิดเห็น แม้เพียงเสรีภาพในความรักก็ไม่มี

รักคนต่างกัน ก็ต้องฆ่ากัน?

บางครั้ง ความรุนแรงก็อาจต้องเป็นบทเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่ามนุษย์จะหลาบจำกันไปข้าง

ขอทุกคนจงอยู่รอดปลอดภัย ทั้งพันธมิตร ทั้งฝ่ายทักษิณ

และทั้งฝ่ายชักใย

9 ความคิดเห็น:

Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

"เราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ "

6:35 ก่อนเที่ยง  
Blogger Soulseeker กล่าวว่า...

ผมสงสัยเป็นอย่างยิ่งครับ

ในความที่ว่าประวัติศาสตร์ของเรามักจะเป็นกงล้อที่รอวันหมุนวนป่วนปั่นกลับมา

ทั้งในระดาบเล็กโมเลกุล ถึงใหญ่จักรวาล

มันเปลี่ยนร่างแปลงรูปไปนิดหน่อย แต่สารัตถะยังคงเดิม

ในระดาบสังคม ทั้งสงคราม-เปลี่ยนสมรภูมิ เปลี่ยนอาวุธ เปลี่ยนตัวละคร แต่ที่ดำเนินเสมอมาคือ ความขัดแย้งและวิถีในการดับมัน

ในระดับกลุ่มคนผู้แวดล้อมตัวผมอยู่รวทั้งตัวผมเอง ฤดูทั้งหลายหมุนเวียนผันผ่านเช่นเดิม ในความหมายของ ซึม เศร้า เหงา แฮ้งค์

กงล้อ-หมุนวน เวียนกลับ

หากพิจารณาธรรมชาติแห่งกงล้อ... เราจะเตรียมใจไว้ได้ทัน

หากพิจารณาถึงความหนักหน่วงป่วนใจ-ที่ผลิตออกมาโดยเปื้อนเลือดและน้ำตา... เราอยากหลุดพ้นไปจากมัน

หรือเป็นสังสารวัฏ? หรือต้องยอมรับ? หรือต้องเอาชนะคะคาน?

หรือต้องพิศจนสลาย?- มิใช่สิ่งเหล่านั้นที่ประจักษ์ชัดอยู่ในรูปรสกลิ่นเสียงแห่งความลบในวิญญาณของเรา

แต่เป็นตัวเราเอง?

ถึงเวลาปฏิวัติแล้วกระมังครับ

6:44 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อนารยชนคนนี้ได้เพียงแต่สงสัยกับความถูกต้องของอำนาจครับ(แสร้งว่าสงสัย)


ของเค้าแรงจริงจริง


อนารยชนโง่งม

ด้วยความระลึกถึง

อนารยชนโรแมนติก

5:51 หลังเที่ยง  
Anonymous KoPoK กล่าวว่า...

^_^

8:38 ก่อนเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ผมเพิ่งเข้ามาอ่านบล๊อกคุณครั้งแรก เสิร์ชคำอื่นแล้วเจอโดยบังเอิญ ขอคุยแลกเปลี่ยนเล็กน้อย

ดูเหมือนคุณพยายามบอกว่า 6 ตุลา 19 จะเวียนมาอีกครั้ง ขวา เปรม สนธิ เนชั่น มติชน ฯลฯ กำลังพยายามพิฆาตซ้ายทักษิณ ไทยรักไทย ผมเลยขอถามว่า

1.นายกซึ่งเป็นประธาน BOI โดยตำแหน่ง แล้ว BOI ยุคท่านก็อนุมัติเว้นภาษีให้ชินแซต ทั้งที่ผิดหลักการอนุมัติอยู่หลายข้อ เช่น ต้องอนุมัติให้ธุรกิจที่ยังไม่ได้ลงทุน ขาดแคลนทุน แต่ไทยคมลงทุนไปแล้ว เสียโอกาสที่จะนำทุนให้บริษัทอื่นๆหรือไม่ และหลักอื่นอีกมากมาย

2. แก้ กม. แปรสัญญาสัมปทานมือถือให้ทุกรายต้องจ่ายเท่ากัน ทั้งที่ AIS เป็นผู้ใช้ Infrastructure รัฐมากที่สุด มากกว่า True , DTAC และ Hutch มากๆๆ พออีกสามรายร้องเรียน ก็แก้เป็นว่า ทุกรายจ่ายถูกลงมาก แต่ก็ยังเท่ากันหมด

3. เร่งแก้กฏหมายให้ขายกิจการให้ทุนนอกได้ 49 % จากเดิม 25% เสร็จเพียง 1 วัน ก็ขายชิน แล้วสั่งเจ้าหน้าที่สรรพากรระดมกันมาแก้ข่าว แถลงข่าว ทำข้อมูล

4. เจ้าของประโยค "ผมเป็นคนตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม จังหวัดไหนสนับสนุนเรา ไว้ใจเรา เราก็ต้องช่วยก่อน งบจำกัด คนก็จำกัด" พูดออกมาได้ ทำไปได้ ไม่ดูเหตุผลมนุษยธรรม ความเร่งด่วน ไม่ดูเหตุผลทางวิชาการ

5. สั่งซื้อเครื่องตรวจระเบิด CTX โดยรับสินบน ปกป้อง รมต ที่เกี่ยวข้อง ทำลายการตรวจสอบ ไล่บีบย้ายคุณหญิงจารุวรรณ ตั้งสุชนคนสนิทเป็นแระธาน สว. จ่ายเงินเดือน สว. หลายสิบคน

ฯลฯ

นี่คือซ้ายที่คุณสงสารและเอาใจช่วย แน่ใจเหรอครับว่านี่คือซ้าย แบบเดียวกับซ้ายสมัย 19 ที่อยากช่วยคนจน อยากเห็นความเท่าเทียมกัน ความเป็นธรรมเกิดขึ้นในสังคมไทย ซ้ายยุคนั้นที่อยากจะอุทิศตัวเพื่อมวลชน

และนายกฯที่กอบโกยงี้คือ ซ้าย ของคุณเหรอครับ

อย่าเอากรอบตายตัวฝังหัวมาดูมาจับทุกเรื่อง เค้าสู้กับความโกงคนโกงกันอยู่ ไม่ใช่สู้เพื่อระบอบกษัตริย์ให้เป็นใหญ่ ที่สำคัญ ไม่ได้ พิฆาตซ้าย กันอยู่

3:20 หลังเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ผมเองพิมพ์ต่อจากความเห็นที่แล้ว
ผมไม่เห็นด้วยกับสนธิในหลายประการ
เช่นที่เคยเรียกร้องให้ทหารออกมายึดอำนาจ

ผมและพวกที่ไปร่วมชุมนุมอีกส่วนใหญ่
ก็แค่ไม่อยากให้คนโกงที่โกงมากขนาดนี้
ทำร้ายชาติขนาดนี้ แทรกแซงสื่อขนาดนี้
จัดตั้งแก๊งกลุ่มก่อความรุนแรงขนาดนี้
ยังลอยนวลได้เงียบๆ

และผมเองก็ไม่ได้อยากให้มีนายกพระราชทานฯ
และแน่นอน ในหลวงเองก็ตรัสเองแล้วว่า
มันไม่ใช่ประชาธิปไตย ท่านก็ไม่เห็นด้วย

โอเค ระยะยาว เราไม่รู้ว่าองค์ต่อไปจะเป็นอย่างไร
เราควรจะทำระบอบการเมืองให้เข้มแข็ง
ไม่อิงกับคนคนเดียว ใช่
แต่ผมถามหน่อยทุกวันนี้มันเป็นอย่างนั้นหรือ
นับถอยไปสิ ผมว่าเมืองไทยถูกครอบโดย
เผด็จการทหาร นักการเมืองคอรัปชั่น
มายุคนี้ก็เผด็จการทุน
มากกว่าถูกครอบงำโดยสถาบันกษัตริย์เป็นไหนๆ

ผมก็เลยไม่เข้าใจว่าคุณจะต่อต้านท่านอะไรกันนักหนา
และจะเอาใจช่วยทักษิณอะไรกันขนาดนี้

ช่วยอธิบายให้ผมหายงงทีครับ ผมโง่

7:09 หลังเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอแถมอีกนิดครับ ก๊อปปี้คนอื่นเล่าให้ฟังมาจากเว็บบอร์ดศาสนาปรัชญาแห่งหนึ่ง ลงท้ายก็ยกย่องในหลวงนิดหน่อย หวังว่าคงไม่ระคายตาพวกคุณมากไปนัก

"ศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศ.อ.บ.ต.) เป็นแนวคิดที่ดีมากในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ครับ ผมจะอธิบายให้ฟัง

เหตุผลก็คือวัฒนธรรมมุสลิมสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีทั้งความเป็นลักษณะเฉพาะท้องถิ่น คือ มีเฉพาะที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น และ มีวัฒนธรรมที่เป็นลักษณะร่วมของวัฒนธรรมสากล วัฒนธรรมในพื้นที่แห่งนี้ ถูกผลิตและแสดงมาในลักษณะของ ภาษา ศาสนา กติกาการอยู่ร่วมกัน พูดง่ายๆก็คือ คุณจะกฎหมายที่ใช้ทั่วประเทศบางอย่างไปใช้ในท้องถิ่นนั้นๆเป็นเรื่องไม่สมควรเพราะเป็นท้องถิ่นลักษณะเฉพาะ

เท่าที่ผมรู้มาว่าเขาแตกต่าง ไม่เพียงแต่กับพุทธนะครับกระทั้งกับมุสลิมด้วยกันเขายังมีลักษณะเฉพาะอยู่มากเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่นวัฒนธรรมมุสลิมที่เกี่ยวกับภาษา วัฒนธรรมด้านภาษาของชาวมุสลิมสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากจะสื่อสารกันด้วยภาษาพูดภาษาไทยแล้ว ยังมีการใช้ภาษาพูดที่เป็นภาษามลายูที่เรียกว่า "ภาษามาเลย์/ภาษามลายู" หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า"ภาษายาวี" ทั้งที่เป็นภาษามลายูถิ่นและภาษามลายูกลาง เป็นหลัก

ในส่วนภาษาเขียนนอกจากเขียนภาษาไทยแล้ว ยังมีภาษาเขียนในท้องถิ่น ทั้งภาษามลายูกลางและมลายูถิ่นปัตตานี ในสองลักษณะคือ ภาษายาวี (ภาษามลายูที่ใช้เขียนด้วยตัวอักษรภาษาอาหรับ)ภาษารูมี (ภาษามลายูที่ใช้เขียนด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ)

แม้แต่การเรียกตนเองของชาวมุสลิม ในระดับชาวบ้านมักนิยมเรียกตนเองว่า "ออแฆนายู" ซึ่งหมายถึง คนมลายู มากกว่าจะเรียกตัวเองว่า "ออแฆอิสแล" หมายถึงคนอิสลาม และไม่นิยมเรียกตนเองในภาษามลายูว่า"ออแฆมุสลิม"หมายถึงคนมุสลิม ส่วนผู้ที่เข้ารับนับถือศาสนาอิสลามจะถูกเรียกว่า"มาโซะนายู" (-เข้ารับมลายู) มากกว่าที่จะเรียกว่า "มาโซะอิสแล" (-เข้ารับอิสลาม) ซึ่งควรจะเรียกชื่ออย่างหลัง จึงจะถูกต้อง

ความแตกต่างในระบบโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งแบ่งการศึกษาศาสนาออกเป็น สามระดับ ระดับอิบตีดาอีห์(ชั้น 1-4) ระดับมูตาวัตสิต(ชั้น 5-7) และระดับซานาวี(ชั้น 8-10) โดยศึกษาควบคู่ไปกับวิชาสามัญในระดับมัธยมศึกษา(ม.1-6) และสุดท้ายคือ ระดับกุลลิยะฮ คือ ระดับคณะของวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย เช่น วิทยาลัยอิสลามศึกษาหรือวิทยาอิสลามยะลา เป็นต้น

ที่กลมกลืนกันได้ก็มีนะครับอย่างเช่นวัฒนธรรมมุสลิมที่เกี่ยวกับการเกิด โดยเฉพาะในจังหวัดยะลา ปัตตานีและนราธิวาส รวมถึงภาคใต้ตอนบนคือ สงขลา สตูล มักจะมีวัฒนธรรม ที่สืบเนื่องมาจาการการเกิดของบุตรที่คล้ายคลึงกัน โดย วิธีการปฏิบัติกับเด็กแรกเกิด เช่น พิธีโกนผมไฟ การตั้งชื่อที่มีทั้งไทยและอาหรับ ยกเว้นบางครอบครัวใช้ภาษาอาหรับอย่างเดียว

หรือบางอย่างเช่นพิธีงานศพเป็นประเพณีปฏิบัติประจำท้องถิ่นที่มีความคลุมเครือในหลักการอิสลาม มีทั้งผู้ปฏิบัติและไม่ปฏิบัติ เช่น การอ่านตะละเก็นตฺที่ปากหลุมฝังคนตาย การแจกเงินให้กับผู้มาร่วมละหมาดญานาซะหฺ การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ตาย เป็นต้น

วัฒนธรรมเกี่ยวกับการแต่งกาย เป็นวัฒนธรรมสำคัญของศาสนาอิสลาม ทั้งชายและหญิง ซึ่งมีทั้งข้อพึงปฏิบัติและข้อพึงละเว้น ทำให้สามารถชี้ได้ชัดว่าการแต่งกายของมุสลิม เช่น การคลุมฮิญาบ ของสตรีเป็นเพราะคำสอนของศาสนาที่กำหนดให้สตรีต้องปกปิดอวัยวะทุกส่วนของร่างกายให้มิดชิดยกเว้นใบหน้าและมือ การห้ามเพศชายที่ต้องปกปิดระหว่างสะดือถึงหัวเข่า เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยๆของการศึกษาเรียนรู้ "วัฒนธรรม" ที่เขาเชื่อ คิด ปฏิบัติ จะทำให้เราเข้าใจและรู้ว่าควรปฏิบัติต่อเขาที่ต่างจากเราอย่างไร การมี ศ.อ.บ.ต ในฐานะรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐ จะอยู่ร่วมกับเขาหรือสัมพันธ์กับเขา(ชาวบ้านหรือคนในพื้นที่) ในลักษณะของ การช่วยเหลือ การวางนโยบายทางการปกครอง การส่งเสริมและแก้ปัญหาความยากจน ส่งเสริมการค้าขาย การให้การศึกษา กับเขาได้อย่างไร ในแบบที่เรียกว่า ตรงกับความต้องการ ตรงกับกาละเทศะ และสอดคล้องกับหลักศรัทธาในศาสนาที่เขาเหล่านั้นยึดถือ ปฏิบัติ

ทักษิณแย่มากครับที่ยุบ ศ.อ.บ.ต ตอนสมัยก่อนที่เขาจะปกครองภาคใต้สงบมากครับ ผมไปเที่ยวหลายครั้งกับเพื่อนมุสลิม ไม่มีอะไรเลย ไปกินโจ๊กกบที่เบตง ไหว้เจ้าแม่ลิ้มกอเนี่ยวที่ปัตตาตี ไหว้พระที่นราธิวาศ เห็นท่านเจ้าอาวาสมีคนมุสลิมมานั่งคุยด้วยมากมาย ลุงมุสลิมแกบอกว่ามีชาวมลายูมุสลิมพากันมา "ขึ้น" อยู่ด้วยมากกว่าชาวพุทธเสียอีกคือมาให้การอุปัฏฐาก เพราะท่านเป็นคนดีมีเมตตาสูง จึงได้รับการเคารพจากชาวบ้าน โดยไม่เกี่ยวกับการนุ่งเหลืองห่มเหลืองแต่อย่างไร

เพื่อนผมบอกว่า ทักษิณดูรายงานตอนเข้ามาใหม่ๆเขาเห็นว่า ศ.อ.บ.ต เป็นผลงานของประชาธิปปัตต์ และดูรายชื่อผู้อาจเป็น ผู้ก่อการร้ายเหลืออยู่ประมาณ 60 คน เขาจึงหลุดปากว่า โจรกระจอก สั่งยุบ ศ.อ.บ.ต เรียกตำรวจลงไปใช้วิธีอุ้ม 60 คนไปซะ (วิธีเดียวกับเขาใช้ปราบยาบ้า)แต่ผลลุกลามอย่างไร ก็ขอให้ดูปัจจุบันเถอะ

ทักษิณยุบ ศ.อ.บ.ต ได้วันเดียวในหลวงท่านก็เรียกท่าน พลากร สุวรรณรัฐ ผู้อำนวยการ ศ.อ.บ.ต ไปเป็นองคมนตรีทันที พวกคุณคิดเอาเองว่าหมายความว่าอย่างไรและ ศ.อ.บ.ต สำคัญแค่ไหน"

7:27 หลังเที่ยง  
Anonymous ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ผมว่าคุณ Etat de droit มีกล่องอยู่ 4 กล่อง

คือกล่องซ้าย กล่องขวา กล่องกษัตริย์ก่อน 2475 กล่องคณะราษฎร์

แล้วไม่ว่าบ้านเมืองจะเป็นไง คุณจะใช้ 4 กล่องนี้ตลอด
จับคนนี้ลงกล่องนั้น จับคนนั้นลงกล่องนี้ ตลอดกาล

7:32 ก่อนเที่ยง  
Blogger Crazycloud กล่าวว่า...

ไร้นาม กระแทกเป็นชุด เข้าทุกจุด ด้วยความรักต่อน้องคณะผู้มีอนาคตใหญ่โต นั่นแหละคือสิ่งที่ นิติรัฐ ต้องก้าวข้าม จึงจะสถาปนานิติรัฐได้

10:16 ก่อนเที่ยง  

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก